ซือหม่าเลี่ยตกใจ นี่มันสัตว์อสูรวิเศษอันใดกัน ไม่เพียงแต่จะพูดได้เท่านั้น แต่ยังผูกข่ายมนตร์ได้อีกด้วยอย่างนั้นหรือ ก่อนหน้านี้ตอนเห็นซือหม่าโยวเย่ว์อุ้มมันก็ยังคิดว่ามันคือสัตว์เลี้ยงที่เธอซื้อมาจากข้างนอกเสียอีก
“ถึงแม้ว่าตอนนี้เจ้าคำรามน้อยจะไม่มีความสามารถในการต่อสู้ แต่เรื่องการผูกข่ายมนตร์ต่างก็ยังทำได้อยู่” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ดังนั้นท่านปู่ก็ไม่ต้องกังวลใจไป”
ให้เจ้าคำรามน้อยใช้ข่ายมนตร์ล้อมรอบทั้งห้องหนังสือเอาไว้หลังจากที่ตนเข้ามาในทางเดินลับแล้ว เพื่อไม่ให้ผู้คนภายนอกรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของจวนแม่ทัพ เธอคิดอย่างถี่ถ้วนมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วว่าแสร้งทำเป็นอ่อนแอไว้ก่อนดีกว่าเปิดเผยความสามารถอย่างตรงไปตรงมา ก็เหมือนกับตนเองในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด ถ้าหากมิใช่เพราะมีฝีมือร้ายกาจเกินไป ตอนอยู่ในองค์กรคงไม่ถูกมืออันดับสองขององค์กรทำร้ายเอาหรอก
“เอาละ ท่านปู่ ตอนนี้ออกไปข้างนอกกันเถิด พอพวกพี่ๆ รู้ว่าท่านเลื่อนระดับแล้วคงดีใจแทบแย่เหมือนกันแน่นอน” ซือหม่าโยวเย่ว์ดึงแขนซือหม่าเลี่ย แล้วคนทั้งสองก็เดินมุ่งหน้าออกไปจากทางเดินลับ
ทว่าต่อให้เจ้าคำรามน้อยจัดวางข่ายมนตร์ ในห้องทำงานของวิทยาลัย เงาร่างของคนผู้หนึ่งยืนมองจวนแม่ทัพอยู่ข้างหน้าต่างพลางพูดอย่างเรียบเรื่อยว่า “สิ่งที่เจ้ารอคอยอยู่ก็คือเรื่องนี้ใช่หรือไม่ ในเมื่อเรื่องราวเสร็จสิ้นลงแล้ว เจ้าจะกลับมาเมื่อใดกัน…”
……………………