พอออกมาจากห้องก็เห็นว่าด้านนอกเป็นสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ซึ่งภายในนั้นมีดอกไม้ใบหญ้าที่ดูแปลกหูแปลกตาอยู่ไม่น้อย ช่างแตกต่างกับสมาคมปรมาจารย์วิญญาณอันเรียบง่ายที่เทือกเขาผู่สั่วแห่งนั้นเป็นอย่างมากเลยทีเดียว
เธอมองเห็นข้าวฟ่างหางหมากิ่งหนึ่ง เมื่อชาติก่อนเคยเห็นมันมาหลายครั้ง เธอก้าวเข้าไปหักมันมาคาบเอาไว้ในปาก จากนั้นก็มายังบ้านข้างๆ ตามคำบอกของเด็กหนุ่มผู้นั้น ภายในลานบ้านนั้นมีฝูงชนต่อแถวยาวเหยียดอยู่
“คนเยอะเหลือเกิน!” ซือหม่าโยวเย่ว์เดินเข้าไปต่อที่ท้ายสุดของแถวแล้วค่อยๆ เคลื่อนที่ไปตามฝูงชนอย่างช้าๆ
ก่อนหน้านี้เธอยังคิดว่าที่นี่คือสถานที่กรอกเอกสาร แต่ก็ค้นพบอย่างรวดเร็วว่าทุกคนที่เข้าไปไม่ได้ออกมาเลย และภายในห้องก็มีแสงสว่างวาบออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า
“ที่แท้แล้วค่ายกลนำส่งที่มายังที่แห่งนี้และค่ายกลนำส่งที่พาออกไปก็ไม่ใช่อันเดียวกัน” เธอลูบคางแล้วพูดว่า “ค่ายกลนำส่งนี้ดูเหมือนจะน่าสนุกดีทีเดียว หลังจากนี้ไปหากมีเวลาก็น่าจะไปศึกษาดูสักหน่อย ถ้าหากสามารถควบคุมค่ายกลนำส่งได้ก็คงจะสะดวกสบายน่าดู”
“ฮ่าๆๆ…”
พอคนที่ต่อแถวอยู่ด้านหน้าเธอได้ฟังคำพูดของเธอแล้วต่างก็พากันหัวเราะเสียงดังลั่น
ชายฉกรรจ์ที่อยู่ด้านหลังตบบ่าเธอเบาๆ แล้วพูดว่า “เจ้าน้องชาย ปรมาจารย์ค่ายกลนี้ใช่ว่าใครอยากจะเป็นก็เป็นได้หรอกนะ!”
“การเป็นปรมาจารย์ค่ายกลยากเย็นมากอย่างนั้นหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม