วังอันหรูหราแห่งหนึ่งตั้งอยู่บนภูเขา กำแพงวังที่ทำจากหินอ่อนเปล่งประกายสีขาวภายใต้แสงตะวัน ช่างดูศักดิ์สิทธิ์หาใดเปรียบ
อูหลิงอวี่ขี่กิเลนเพลิงร่อนลงตรงหน้าประตูใหญ่ของวัง ยามเฝ้าประตูคุกเข่าลงในทันใดแล้วพูดด้วยความเคารพนบนอบอย่างยิ่งว่า “คารวะท่านผู้วิเศษ”
อูหลิงอวี่อมยิ้มพยักหน้าให้พวกเขาแล้วเอ่ยอย่างอ่อนโยนว่า “ลุกขึ้นเถิด”
“ขอบคุณขอรับท่านผู้วิเศษ” ยามรักษาการณ์ลุกขึ้นแล้วยืนประจำตำแหน่งของตนดังเดิม
“ท่านประมุขตำหนักเล่า” อูหลิงอวี่ถาม
“ท่านประมุขตำหนักปรึกษาธุระอยู่กับประมุขตำหนักย่อยท่านอื่นๆ อยู่ที่ตำหนักวายุรำเพยขอรับ” ยามรักษาการณ์พูด “ประมุขตำหนักสั่งเอาไว้ว่าถ้าหากท่านผู้วิเศษกลับมาแล้วก็ให้ไปพบพวกเขาที่ตำหนักวายุรำเพยขอรับ”
“ข้าเข้าใจแล้ว” อูหลิงอวี่โบกมือแล้วเดินเข้าประตูวังไป มุ่งหน้าไปยังตำหนักวายุรำเพย ทุกคนที่เดินผ่านตลอดทาง ไม่มีใครเลยแม้แต่คนเดียวที่ไม่คารวะทักทายเขา
“ท่านผู้วิเศษ ประมุขตำหนักคอยท่านอยู่นานแล้วเจ้าค่ะ” หญิงสาวอาภรณ์ขาวคนหนึ่งเห็นอูหลิงอวี่จึงเอ่ยขึ้น “เชิญตามข้าน้อยมาเลยเจ้าค่ะ”
หญิงสาวนำทางอูหลิงอวี่เข้าไปแล้วพูดกับคนในตำหนักว่า “ท่านประมุขตำหนักเจ้าคะ ท่านผู้วิเศษกลับมาแล้วเจ้าค่ะ”
บุรุษเสื้อดำผู้หนึ่งนั่งอยู่ด้านบน เสื้อคลุมสีขาวเรียบง่ายแต่กลับไม่ธรรมดา ใบหน้าหล่อเหลาดูเหมือนอายุไม่เกินสามสิบปี แต่อันที่จริงแล้วเขาเป็นตาเฒ่าที่ใช้ชีวิตมากว่าพ