กติอยู่บ้างจึงถามอย่างเรียบๆ ว่า “เจ้าได้รับบาดเจ็บหรือ”
“แผลเล็กน้อยเท่านั้นเอง” มือขวาของซือหม่าโยวเย่ว์กุมแขนซ้ายเอาไว้ “เหตุใดท่านจึงมาอยู่ข้างนอกเล่า”
“ออกมาดูเวลาน่ะ อยากมาดูสักหน่อยว่าเหตุใดเจ้าจึงยังไม่กลับมา” อูหลิงอวี่เอ่ยตอบ
“ท่านวางใจเถิด บุรุษย่อมรักษาสัจจะ ในเมื่อข้านำสิ่งตอบแทนของท่านมาแล้วก็ย่อมไม่มีทางหนีไปตามลำพังอยู่แล้วล่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดจบแล้วก็ผ่านตัวเขาเข้าไปในถ้ำ
“เจ้าเด็กผู้นี้ ช่างอ่อนไหวเสียเหลือเกิน” อูหลิงอวี่แย้มยิ้ม
ซือหม่าโยวเย่ว์กลับมาถึงถ้ำภูเขาแล้วก็เอนกายลงบนเตียง ถึงแม้ว่าจะกินยาวิเศษไปแล้ว แต่บาดแผลบนท่อนแขนก็ยังคงเจ็บปวดอยู่อย่างนั้น เป็นเครื่องเตือนว่าวันนี้เธอประสบเหตุการณ์อันใดมา
ในเช้าวันนี้ตอนที่เธอต่อสู้กับกิ้งก่าอัคคี ต้องอาศัยทั้งร่างกายที่อ่อนแอและประสบการณ์การต่อสู้ที่สั่งสมมาจากการเป็นมือสังหารเมื่อชาติก่อนจึงสามารถเอาชนะได้
หลังจากที่ฆ่ากิ้งก่าอัคคีตายแล้วย่ากวงก็บอกเธอว่าหลังจากที่สังหารสัตว์อสูรวิเศษแล้วมนุษย์ทั่วไปก็จะเก็บซากเอาไว้ เพราะร่างกายของสัตว์อสูรวิเศษนั้นค่อนข้างแข็งแรง สามารถนำไปขายได้ นอกจากนี้ในสมองของสัตว์อสูรวิเศษยังมีแก้วผลึกมนตราอยู่ด้วย ซึ่งแก้วผลึกมนตราเป็นวัตถุดิบสำคัญในการหลอมยาหลอมอาวุธ ทั้งยังขายได้ราคาดีอีกด้วย
จากนั้นเธอก็เรียกหลิงหลงออกมา ให้นางแปลงร่างเป็นกริช เธอชำแหละกิ้งก่าอัคคีตรงจุดเดิมนั้นแล้