ีที่มีแม่น้ำสายหนึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก เธอจึงชำระล้างคราบเลือดบนร่างกายที่ริมแม่น้ำนั้น หลังจากนั้นก็พักผ่อนอยู่นานพอสมควร รอให้บาดแผลคงตัวดีแล้วจึงค่อยเรียกย่ากวงออกมา
“เจ้านาย เมื่อครู่นี้อันตรายเหลือเกิน ท่านควรจะเรียกตัวพวกเราออกมาสิ” พอย่ากวงออกมาแล้วจึงพูดขึ้น
“อันตรายแค่นี้มิอาจนับเป็นอะไรได้หรอกน่า มิใช่รอยต่อความเป็นความตายเสียหน่อย” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“แต่ท่านได้รับบาดเจ็บนี่เจ้านาย” ย่ากวงพูดอย่างเจ็บปวดใจ
ซือหม่าโยวเย่ว์ลูบหัวย่ากวงพลางพูดว่า “คนอยากจะพัฒนา ก็ต้องเรียนรู้ที่จะพึ่งตนเอง ถ้าหากเพิ่งเริ่มต้นก็คิดจะอาศัยผู้อื่นแล้ว ตนเองก็คงยากที่จะพัฒนาได้”
ย่ากวงเงียบงันไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “เจ้านาย ข้าเข้าใจแล้ว”
“เอาละ วันนี้หมดแรงที่จะไปสู้กับใครแล้ว พวกเรากลับกันเถิด” พูดจบแล้วเธอก็ขึ้นไปนั่งบนหลังย่ากวงให้มันพาตนกลับไปยังแก่งหิน
เมื่อนึกย้อนไปถึงการต่อสู้เมื่อกลางวัน ซือหม่าโยวเย่ว์ก็รู้สึกตื่นเต้นอยู่พอสมควร เธอค้นพบว่าตอนนี้เธอสามารถใช้พลังวิญญาณในร่างกายได้ดีกว่าเมื่อวานแล้ว ร่างกายที่ไม่ได้ต่อสู้มาเนิ่นนานก็โห่ร้องยินดี
แต่ในขณะเดียวกันเธอก็รับรู้ได้ถึงข้อบกพร่องของร่างกายตนเอง ดังนั้นจึงได้รับบาดเจ็บในการต่อสู้
“ดูท่าทางจะมิได้ต้องการเพียงแค่การต่อสู้เท่านั้น แต่ยังต้องฝึกฝนร่างกายนี้ให้ดีๆ สักหน่อยด้วย” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดจบแล้วก็หลับตาลง
อูหลิงอวี่เดินไปมา