ะ”
“ลองบอกที่มาของเจ้าหน่อย เรายังไม่รู้ที่มาของเจ้าแน่ชัด เจ้าสบายใจได้ ไม่ว่าอย่างไร เราก็จะสนับสนุนเจ้า แต่หากเจ้าจริงใจหน่อย เราจะยิ่งดีใจกว่านี้” ฮ่องเต้ซุนเทียนยิ้มกล่าวเสียงเบา เขาในวัยสิบสี่ชันษา กลับมีบารมีน่าเกรงขามของฮ่องเต้แล้ว บางทีอาจเกิดจากกำลังภายในของราชามนุษย์ ทำให้แววตาของเขาดูน่ากดดันมาก โดยเฉพาะเมื่อประกอบกับลายปานแนวตั้งตรงหว่างคิ้วของเขา
กัสสปะเล่าบรรยายตามจริง ฮ่องเต้ซุนเทียนฟังอย่างตั้งใจ ผ่านไปนาน ฮ่องเต้ซุนเทียนกล่าวอย่างทอดถอนใจ “เรารู้ดีว่าวิถียุทธ์ของมหาสมุทรแกร่งกว่าบนทวีปหลายโข แต่คิดไม่ถึงว่าข้อพิพาทจะอันตรายเช่นนี้ เราจะให้ที่ดินแก่เจ้า และเลือกผู้ฝึกยุทธ์ที่มีคุณสมบัติไม่ธรรมดามาเป็นศิษย์กลุ่มแรก ถึงเวลาค่อยให้ทุกสำนักในยุทธภพรัฐชื่อไปเป็นแขก เพื่อให้สำนักของเจ้าเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ ชื่อเสียงเลื่องลือทั่วหล้า ใช้ชื่อว่าวัดพญามังกรเป็นอย่างไร”
กัสสปะหลุบตาลงกล่าวว่า “อมิตตาภพุทธ ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงใส่พระทัย ชื่อนี้ย่อมได้พ่ะย่ะค่ะ” ทั้งคู่สนทนากันอีกสักพัก กัสสปะก็ออกไป เขาจะพักอาศัยอยู่ในเมืองหลวงชั่วคราว
ฮ่องเต้ซุนเทียนเผยรอยยิ้ม กล่าวพึมพำ “ขั้นจักรวาล…”
จันทร์กระจ่างลอยเด่น แสงจันทร์นวลตา ในทุ่งรกร้างห่างไกล มู่หลิงลั่วนั่งสมาธิอยู่ข้างกองไฟ หญิงสาวสองคนนั่งขนาบสองข้าง หนานกงตี๋เดินมาจากบริเวณไม่ไกลนัก ข้างหลังเขายังมีศิษย์คนอื่นๆ กำลังตั้งค่