นกับผู้อื่น” อูหลิงอวี่พูด
“ข้าก็ไม่ชอบนอนกับผู้อื่นเช่นกัน แต่นี่คือเตียงของข้า และข้าก็มีเตียงแค่หลังนี้หลังเดียวด้วย ขอถามหน่อยเถิดว่าท่านมีเตียงหรือไม่”
“ไม่มี” อูหลิงอวี่พูด
ในยามปกติเสื้อผ้าอาหารและของกินของใช้ของเขาล้วนมีคนจัดเตรียมให้ทั้งหมด ไม่จำเป็นต้องให้เขามาจัดแจงเองเลย ดังนั้นเขาก็ย่อมมิได้คิดจะนำของอย่างเตียงมาด้วยอยู่แล้ว
“เช่นนั้นก็แล้วกันไป” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ตอนนี้มีเตียงอยู่หลังเดียว หากไม่นอนด้วยกันแล้วข้าจะไปนอนที่ไหน หรือว่าท่านจะคืนเตียงให้ข้ากันล่ะ”
ซือหม่าโยวเย่ว์ถอดรองเท้าทิ้งไปแล้วก็เห็นว่าอูหลิงอวี่ยังไม่ขยับเขยื้อน จึงเข้าไปผลักเขาอย่างแรง
“อูหลิงอวี่ นี่มันเตียงของข้านะ!”
“แต่ตอนนี้เป็นของข้าแล้ว” อูหลิงอวี่พูดหน้าตาเฉย เมื่อเห็นซือหม่าโยวเย่ว์สัมผัสตน เขาจึงตีมือของซือหม่าโยวเย่ว์โดยสัญชาตญาณ
ปฏิกิริยาตอบสนองของซือหม่าโยวเย่ว์เปลี่ยนมือเป็นมีดฟันไปทางอูหลิงอวี่ การผลักกันของทั้งคู่เปลี่ยนกลายเป็นทุบตีกันอุตลุดแทน
แต่ละกระบวนท่าของซือหม่าโยวเย่ว์รวดเร็วและแม่นยำ ส่วนอูหลิงอวี่เองก็ไม่เป็นรองเลย ถึงแม้ว่าจะนอนอยู่ก็ยังสู้ได้สูสีกันกับซือหม่าโยวเย่ว์
ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นว่าคงเอาชนะเขาไม่ได้ สองมือออกแรงแล้วพุ่งตัวเข้าไปทับอยู่บนร่างของอูหลิงอวี่ เมื่อเห็นสีหน้าดำทะมึนของเขาก็คำรามว่า “ท่านเป็นชายแท้หรือผิดเพศกันแน่! บุรุษตัวโตสองคนนอนเตียงเดียวกันแล้วจ