้แต่ก็ไม่เคยพบเห็นสัตว์อสูรทิพย์เลยสักตนเดียว”
“แล้วเช่นนั้นเจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“ข้าต่อสู้กับสัตว์อสูรทิพย์ขั้นสามตนหนึ่ง มันระดับสูงกว่าข้าสองขั้น ข้าเอาชนะไม่ได้ก็เลยได้แต่วิ่งหนีน่ะ” ย่ากวงพูด “แต่คิดไม่ถึงว่ามันจะกัดข้าไม่ปล่อย ข้าจึงลนลานวิ่งหนี พอตอนที่ข้าจะสู้ตอบก็มาถึงที่นี่เสียแล้ว หลังจากนั้นก็พบกับเจ้าคำรามน้อยเข้า”
“ที่แท้ก็มีสัตว์อสูรวิเศษบังอาจมารังแกเจ้า พวกเราไปหามันเพื่อแก้แค้นกันเถิด!” เจ้าคำรามน้อยพูด
“ไม่ต้องหรอก!” ย่ากวงพูด
ซือหม่าโยวเย่ว์คว้าตัวเจ้าคำรามน้อยเอาไว้แล้วพูดว่า “เจ้าไปเช่นนี้ ใครจะไปด้วยเล่า แล้วเจ้าเอาชนะได้อย่างนั้นหรือ”
“ข้า… ถ้าหากข้าไม่ได้รับบาดเจ็บ แค่สัตว์อสูรทิพย์ขั้นสามกระจ้อยร่อยตนหนึ่งจะอยู่ในสายตาข้าได้อย่างไรกัน!” เจ้าคำรามน้อยพูด
“ย่ากวงเอาชนะไม่ได้ ตอนนี้เจ้าก็ไม่มีพลังต่อสู้ ส่วนข้าก็เป็นแค่ปรมาจารย์วิญญาณขั้นห้าคนหนึ่ง จะไปรนหาที่ตายหรืออย่างไร” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“เจ้าคำรามน้อย เจ้านายพูดได้ถูกต้อง พวกเราไปกันตอนนี้ก็เอาชนะใครไม่ได้ทั้งนั้นนั่นแหละ แล้วยังจะทำให้เจ้านายตกอยู่ในอันตรายอีกด้วย” ย่ากวงดูจะมีวุฒิภาวะมากกว่าเจ้าคำรามน้อยอย่างเห็นได้ชัด มันพูดว่า “ถึงอย่างไรมันก็มิได้มาตามรังควานข้าที่นี่ รอให้ภายภาคหน้าข้าแข็งแกร่งขึ้นแล้วค่อยแก้แค้นก็ยังไม่สายหรอก”
“เช่นนั้นก็ดี” เจ้าคำรามน้อยคิดๆ ดูก็เห็นจริงต