อูหลิงอวี่เอนกายอยู่บนเตียงพลางจัดการร่องรอยของสิ่งที่ตนต้องการค้นหานั้น ทันใดนั้นก็ได้กลิ่นเนื้อสัตว์ย่างโชยมา
ไม่นานนัก ซือหม่าโยวเย่ว์ก็ยกไก่ที่ย่างเสร็จแล้วตัวหนึ่งเข้ามา เธอเห็นอูหลิงอวี่หยิบเอาไข่มุกออกมาอีกหลายเม็ด ทำให้ตอนนี้ภายในถ้ำสว่างไสวราวกับกลางวันเลยทีเดียว
เธอนำโต๊ะตัวหนึ่งออกมาจากภายในแหวนเก็บวัตถุ แล้วยังหยิบเอาจานออกมาวางไก่ที่ย่างเสร็จแล้วลงไป ก่อนจะฉีกแบ่งออกเป็นหลายชิ้นแล้วถามว่า “ท่านอยากชิมสักหน่อยไหม”
เธอคิดเอาไว้แล้วว่าคงมิอาจปิดบังเขาเรื่องที่ตนฝึกยุทธ์ได้อย่างแน่นอน เช่นนั้นเธอจึงมิได้คิดปิดบังเสียทีเดียว ขอเพียงแค่ไม่นำเอาสิ่งมีชีวิตออกมา เขาก็ไม่มีทางรู้เรื่องที่ตนครอบครองมณีวิญญาณอยู่
“เจ้าใช้งานแหวนเก็บวัตถุได้นี่” อูหลิงอวี่พูดอย่างไม่ประหลาดใจ
“ขอเพียงแค่เป็นผู้ฝึกวิญญาณคนหนึ่งก็ล้วนใช้ได้ทั้งสิ้น” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ร่ำลือกันว่าเจ้าไม่อาจบำเพ็ญได้ แม้กระทั่งรับสัมผัสปราณวิญญาณก็ยังทำไม่ได้เลยนี่นา” อูหลิงอวี่ถามต่อ
“ท่านก็พูดเองนี่ว่านั่นเป็นข่าวลือ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ท่านผู้นี้ ท่านจะกินหรือไม่ ถ้าหากไม่กินข้าก็จะไม่สนใจท่านแล้วนะ!”
“อูหลิงอวี่” เมื่อได้ยินเธอเรียกว่าท่านผู้นี้ เขาจึงบอกชื่อตนเองออกมา
“อูหลิงอวี่ ท่านจะกินไหม” ซือหม่าโยวเย่ว์ถามซ้ำอีกครั้งหนึ่ง