เฟิงจือสิงได้ฟังคำพูดของท่านอาจารย์ใหญ่อาวุโสแล้วก็เงียบงันไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “ข้ากับเขาหรือ… ข้าก็แค่ได้รับมอบหมายจากผู้อื่นให้มาดูแลเขาสักหน่อยเท่านั้นเอง”
“ใครให้เจ้ามาหรือ” ท่านอาจารย์ใหญ่อาวุโสถาม
“ท่านอาจารย์ใหญ่ ท่านก็รู้เรื่องราวของโลกแห่งนั้นนี่ ข้ารู้ว่าท่านกับท่านแม่ทัพซือหม่ามีความสัมพันธ์อันดีเยี่ยม ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ไม่มีทางทำร้ายนางอยู่แล้ว ทั้งยังมีตระกูลซือหม่าอยู่อีก” เฟิงจือสิงพูด “นอกจากนี้กฎกติกาก็กำหนดเอาไว้แล้วว่าข้ามิอาจลงมือตามใจชอบที่นี่ได้”
“ข้ามิได้กังวลว่าเจ้าจะก่อเรื่องอันใดหรอก” ท่านอาจารย์ใหญ่อาวุโสถอนหายใจแล้วพูดต่อว่า “ข้าเป็นห่วงเจ้าต่างหาก ถ้าหากเด็กคนนั้นเกิดเรื่องอันใดเข้า…”
“ไม่มีทางหรอก” เฟิงจือสิงพูด “บุตรของเขาไม่มีทางจบชีวิตลงอย่างง่ายดายถึงเพียงนั้นอยู่แล้ว”
เฟิงจือสิงพูดด้วยความมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง กลับไม่รู้เลยว่าที่แท้ซือหม่าโยวเย่ว์ได้ตายไปเสียแล้ว ที่อยู่ภายในร่างในตอนนี้เป็นวิญญาณอีกดวงหนึ่ง
“เฮ้อ เจ้าเป็นอาจารย์ ก็ไม่อาจเฝ้าอยู่ที่นี่ได้ตลอดไปหรอก” ท่านอาจารย์ใหญ่อาวุโสพูด
“เมื่อถึงเวลาที่ควรไปเข้าชั้นเรียน ข้าก็จะไปสอน” เฟิงจือสิงพูด “จริงสิท่านอาจารย์ใหญ่ ท่านรู้หรือไม่ว่าค่ายกลนำส่งนี้นำทางไปสู่ที่ใด”
“ไม่รู้สิ ผู้ที่ออกมาก็ไม่รู้แน่ชัดว่าเป็นที่ใด แต่ดูเหมือนว่าสถานที่ที่แต่ละคนไปนั้นก็แตกต่างกัน” ท่านอาจารย์ใหญ่อาวุโสพูด