ที่ทำให้พลังยุทธ์ของเธอพุ่งสูงขึ้นมาได้ถึงขนาดนี้ ที่แท้แล้วมันเป็นสัตว์อสูรวิเศษอะไรกันแน่
“เย่ว์เย่ว์ ตอนที่เจ้าบำเพ็ญ ข้าได้ออกไปดูข้างนอกมารอบหนึ่ง พอออกจากแก่งหินแห่งนี้ไปก็คือทิวเขาดูเหมือนว่าเทือกเขาแห่งนี้จะใหญ่โตมากทีเดียว”
“เทือกเขาที่ใหญ่โตมากอย่างนั้นหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ใคร่ครวญอยู่ในหัวรอบหนึ่ง เทือกเขาที่ใหญ่โตของอาณาจักรเป่ยเฉิน แห่งหนึ่งคือเทือกเขาผู่หลัวที่อยู่ทางทิศใต้ ส่วนอีกแห่งหนึ่งคือเทือกเขาปี่ลี่ที่อยู่ทางทิศตะวันตก
เมื่อเปรียบเทียบกันระหว่างเทือกเขาสองแห่ง เทือกเขาผู่หลัวมีขนาดเล็กกว่าอยู่พอสมควร เทือกเขาปี่ลี่จึงใหญ่กว่านิดหน่อย นอกจากนี้สัตว์อสูรวิเศษที่อาศัยอยู่ในเทือกเขาปี่ลี่ก็ยังมีระดับขั้นสูงกว่ามากอีกด้วย
“ตอนนี้ไม่รู้ว่าพวกเราอยู่กันที่เทือกเขาปี่ลี่หรือว่าเทือกเขาผู่หลัวกันแน่” เธอลุกขึ้นปัดฝุ่นผงบนเสื้อผ้าของตนเอง
“พวกเราออกไปจากแก่งหินแล้วจับสัตว์อสูรวิเศษมาถามสักตัวก็ใช้ได้แล้วกระมัง” เจ้าคำรามน้อยพูด
“อืม ตอนนี้ก็ได้แต่ทำเช่นนี้แล้ว”
ซือหม่าโยวเย่ว์อุ้มเจ้าคำรามน้อยออกไปจากถ้ำภูเขา แล้วเดินตรงไปตามแก่งหิน เพียงไม่นานก็ออกมาแล้วเข้าไปภายในถ้ำใต้ภูเขาอีกแห่งหนึ่ง ยังไม่ทันจะได้ตรวจตราดูสภาพแวดล้อมโดยรอบ เธอก็ได้ยินเจ้าคำรามน้อยพูดว่า “เย่ว์เย่ว์ ที่ริมแม่น้ำนั่นมีคนอยู่คนหนึ่ง!”
ซือหม่าโยวเย่ว์มองตามไปยังทิศทางที่เจ้าคำรามน้อยพูดก็เห็นว่าบนก้อน