ถ้าหากไม่ได้สู้กับหลี่เฉิงเมื่อคราวก่อนจนทำให้เธอมีความเข้าใจเกี่ยวกับการต่อสู้ของผู้ฝึกวิญญาณขึ้นมาบ้าง ตอนนี้ซือหม่าโยวเย่ว์คงจะมิได้มั่นใจถึงขนาดนั้น แต่ว่าคราวก่อนตอนที่ต่อสู้เธอค้นพบแล้วว่าถ้าผู้ฝึกวิญญาณต้องการจะรวบรวมปราณวิญญาณออกมา จำเป็นจะต้องใช้เวลาชั่วขณะหนึ่ง และช่วงเวลาสั้นๆ นี้เอง คือช่วงเวลาวิกฤติที่เธอจะเอาชนะได้
คนที่ทำหน้าที่คล้ายกับกรรมการบนเวทีประลองคนหนึ่งบอกกับพวกเขาให้เริ่มต้นได้ เมิ่งถิงเริ่มต้นรวบรวมปราณวิญญาณในมือ
ซือหม่าโยวเย่ว์ยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับเขยื้อน คนเหล่านั้นต่างคิดว่าเธอถูกทำให้ตะลึงงันไปเสียแล้ว ถึงอย่างไรก็เป็นคนไร้ค่าคนหนึ่ง เมื่อเห็นปราณวิญญาณแล้วตะลึงงันไปก็เป็นเรื่องปกติ
“เหตุใดโยวเย่ว์จึงไม่เคลื่อนไหวเลยเล่า!” เจ้าอ้วนชวีพูดอย่างร้อนรน
“ถ้ายังไม่เคลื่อนไหวอีก ปราณวิญญาณของเมิ่งถิงก็จะรวมตัวกันเรียบร้อยแล้วนะ!” เว่ยจือฉีขมวดคิ้วเช่นกัน คิดไม่ออกว่าเหตุใดซือหม่าโยวเย่ว์จึงไม่เคลื่อนไหวเสียที
บนใบหน้าของเธอไร้ซึ่งความหวาดกลัว อีกทั้งยังอมยิ้มน้อยๆ อมยิ้มอย่างมั่นใจในตัวเองเป็นอย่างยิ่ง!
ส่วนซือหม่าโยวเล่อก็ตื่นเต้นเสียจนเอ่ยวาจาไม่ออกแล้ว มือทั้งสองข้างกำหมัดแน่น ท่าทีเหมือนคิดจะขึ้นไปช่วยเธอตลอดเวลาอย่างไรอย่างนั้น
หากเพียงซือหม่าโยวเย่ว์ได้รับบาดเจ็บ เขาก็จะรีบพุ่งตัวขึ้นไปในทันที!