เสียงหวีดแหลมและเสียงก่นด่าของเจ้าวิญญาณน้อยดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน ดังนั้นอีกเสียงหนึ่งจึงมิอาจเป็นเสียงกรีดร้องของเจ้าวิญญาณน้อยไปได้
ซือหม่าโยวเย่ว์มองดูเจ้าคำรามน้อยที่สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัยเช่นเดียวกัน เสียงกรีดร้องนั้นก็มิได้เกิดจากมันเสียหน่อย
ยังมิทันจะคิดเป็นอย่างอื่น ภาพเหตุการณ์ตรงหน้าเธอก็เปลี่ยนแปลงไป เธอถูกดึงเข้ามาอยู่ในมณีวิญญาณ เจ้าวิญญาณน้อยปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเธอ
“มิได้บอกว่าเข้ามาได้เฉพาะตอนที่ข้าอยากจะเข้ามาเท่านั้นหรอกหรือ แล้วเจ้าพาตัวข้าเข้ามาได้อย่างไรกัน”
เจ้าวิญญาณน้อยกลอกตาใส่ซือหม่าโยวเย่ว์แล้วพูดว่า “พวกนั้นเป็นอาวุธวิญญาณทั่วไป ขอเพียงแค่เป็นอาวุธวิญญาณที่แข็งแกร่งสักหน่อยก็ยังดึงเข้ามาได้เลย ไม่ต้องพูดถึงข้าหรอก”
“เช่นนั้นก็ดีเลย” ซือหม่าโยวเย่ว์ลูบจมูกของตัวเองแล้วถามว่า “เจ้าดึงข้าเข้ามาทำไมกัน แล้วเมื่อครู่เจ้าร้องอะไรของเจ้า”
“เจ้านี่มันโง่จริงๆ!” เจ้าวิญญาณน้อยรู้สึกว่าซือหม่าโยวเย่ว์ผู้นี้เป็นคนที่โง่ที่สุดในบรรดาเจ้านายมากมายที่มันเคยยอมรับมาแล้ว คิดไม่ออกจริงๆ ว่านางมีชะตาผูกกับตนจนทำให้ตนยอมรับเป็นเจ้านายได้อย่างไร
ซือหม่าโยวเย่ว์งอนิ้วชี้แล้วเขกลงบนหัวเจ้าวิญญาณน้อยเบาๆ ครั้งหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยอย่างไม่พอใจว่า “มีอาวุธวิญญาณที่ไหนเขาดูแคลนเจ้านายกันด้วยหรือ เจ้าบ้านี่ ถ้าหากยังดูแคลนข้าอีก ข้าจะเอาเจ้าไปเผาในกองไฟแล้วนะ!”
“ข้าก็แค่พูดไปตาม