ความเป็นจริงเท่านั้นเอง” เจ้าวิญญาณน้อยมิได้เกรงกลัวการข่มขู่ของซือหม่าโยวเย่ว์เลย
“เอาละ รีบบอกเหตุผลที่เจ้าดึงข้าเข้ามาเร็วเข้าเถิด” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดจบแล้วความคิดก็วูบไหวคราหนึ่ง เก้าอี้ตัวหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเธอ
เธอค้นพบแล้วว่าเมื่ออยู่ที่นี่อำนาจจิตของเธอก็คือเทพ เพียงแค่เธอนึกคิดเท่านั้น ของที่อยู่ที่อื่นล้วนปรากฏขึ้นตรงหน้าตนได้ในพริบตาทั้งสิ้น
เจ้าวิญญาณน้อยเห็นซือหม่าโยวเย่ว์ตระหนักรู้ในจุดนี้ได้อย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้จึงเลิกคิ้วขึ้น
“ไอ้หยา เจ้ามัวแต่อมพะนำอันใดอยู่เล่า รีบบอกมาเร็วเข้าสิ!” เจ้าคำรามน้อยที่รออยู่ข้างๆ เห็นเจ้าวิญญาณน้อยไม่ยอมพูดเสียทีจึงเอ่ยเร่ง
เจ้าวิญญาณน้อยไม่ตอบพวกเขา มันร่อนตัวลงบนหินลับมีดแล้วยื่นมือน้อยๆ อันเล็กป้อมไปเขี่ยกริชเล่มนั้นแล้วเอ่ยว่า “เจ้าจะแกล้งทำไปจนถึงเมื่อไหร่กัน”
กริชไร้ซึ่งความเคลื่อนไหว
“หากเจ้ายังแกล้งทำอยู่อีก ข้าจะให้นางลับคมเจ้าแล้วนะ!” เจ้าวิญญาณน้อยข่มขู่
ดูท่าคำขู่นี้จะค่อนข้างได้ผล จึงเห็นกริชเล่มนั้นสั่นไหวอยู่บนหินลับมีดสองครั้ง หลังจากนั้นก็ยืนขึ้นมาเสียงดังสวบ ก่อนจะลอยไปอยู่เหนือหัวของเจ้าวิญญาณน้อยเสียงดังพึ่บพั่บ แล้วอาศัยจังหวะที่มันยังไม่ทันตั้งตัวตีลงไปแรงๆ น้ำเสียงอ่อนวัยดังขึ้นมาในขณะเดียวกันว่า “ถ้าเจ้ากล้าลับข้าล่ะก็ ข้าจะสับเจ้าที่นี่ให้แหลกละเอียดไปเลย!”
อารมณ์ของเจ้าวิญญาณน้อยถูกจุดจนลุกโชน จึงมิได้สน