ใจพวกซือหม่าโยวเย่ว์ ต่อกรกับเจ้ากริชต่อไป
ซือหม่าโยวเย่ว์และเจ้าคำรามน้อยตะลึงงันไปกับภาพเหตุการณ์ตรงหน้า มองดูกริชกับเจ้าวิญญาณน้อยข่มขู่กันไปมาอย่างตกตะลึง
“แม้แต่กริชยังพูดได้ด้วยหรือ” เจ้าคำรามน้อยพูดอย่างประหลาดใจ
“เจ้ารู้หรือไม่ว่านี่มันเรื่องอะไรกัน” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“ไม่รู้สิ” เจ้าคำรามน้อยตอบอย่างเรียบง่ายอย่างยิ่ง
“เจ้ามิได้บอกว่าเจ้าเป็นสัตว์อสูรเทพโบราณที่รู้ทุกสิ่งทุกอย่างหรอกหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์หันหน้าไปถาม
“ไอ้หยา ข้าเป็นเพียงแค่คำรามเทพรุ่นหลังเท่านั้นเอง มิใช่สัตว์ประหลาดโบร่ำโบราณที่ใช้ชีวิตอยู่มาหลายสิบล้านปีเช่นนั้นจริงๆ เสียหน่อย ที่ข้าบอกว่ารู้ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นหมายความว่านับตั้งแต่พวกเรารับถ่ายทอดมา แต่หลังการรับถ่ายทอดก็มิได้มีเจ้านี่อยู่เสียหน่อย ข้าก็ย่อมไม่รู้จักอยู่แล้วละ” เจ้าคำรามน้อยกลอกตาใส่ซือหม่าโยวเย่ว์ครั้งหนึ่ง พร้อมกันนั้นก็แอบทอดถอนใจ
ก่อนหน้านี้มันเคยพูดกับเธอเช่นนี้ แต่วิญญาณของเธอถูกทำลายจนจำมิได้เสียแล้ว
รอจนเจ้าวิญญาณน้อยกับเจ้ากริชตบตีกันไปครู่หนึ่ง ซือหม่าโยวเย่ว์จึงค่อยส่งเสียงห้ามปราม “ข้าอยากรู้นักว่าพวกเจ้าทั้งสองจะตีกันไปจนถึงเมื่อไหร่ มิใช่ว่าควรจะบอกข้าสักหน่อยหรือว่านี่มันเรื่องอันใดกัน”
เจ้ากริชได้ยินคำพูดของซือหม่าโยวเย่ว์แล้วจึงลอยเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าซือหม่าโยวเย่ว์ก่อนจะพูดว่า “เย่ว์เย่ว์น้อย เจ้าอย่าได้ใช้หินลับมีด