ลับข้าเชียว!”
ซือหม่าโยวเย่ว์เอื้อมมือไปเขี่ยกริชที่ลอยเข้ามาเองแล้วพูดว่า “บนตัวเจ้ามีสนิมมากมายถึงเพียงนี้ หากไม่ลับจนเกลี้ยงเกลาแล้วจะใช้การได้อย่างไรกัน สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือเจ้าพูดได้อย่างไรกัน! เจ้าวิญญาณน้อย เจ้ามาตอบข้าที”
น้ำเสียงของเธอสูงขึ้นอย่างฉับพลันจนทำให้เจ้าวิญญาณน้อยและเจ้ากริชพากันสะดุ้งตัวลอย
“มันมิใช่อาวุธเทพธรรมดาๆ หรอกนะ” เจ้าวิญญาณน้อยพูด
“ข้ามองออกแล้ว บอกจุดสำคัญมาสิว่าเจ้านี่เป็นของสิ่งใดกันแน่” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ข้ามิใช่สิ่งของ ข้าเป็นสุดยอดอาวุธเทพต่างหากเล่า!” เจ้ากริชพูด
มิใช่สิ่งของ…
ซือหม่าโยวเย่ว์สะดุ้งกับคำพูดของเจ้ากริช แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกประหลาดใจเพราะคำพูดครึ่งหลังของมัน
“เจ้าเป็นสุดยอดอาวุธเทพอย่างนั้นหรือ เห็นชัดๆ ว่าสุดยอดอาวุธเทพคือข้าต่างหากเล่า!” เจ้าวิญญาณน้อยได้ยินวาจาของเจ้ากริชแล้วก็ไม่ยอม จึงพูดขัดคอขึ้นมาในทันที
“ข้าต่างหากที่เป็นสุดยอดอาวุธเทพ เก่งกาจกว่าเจ้าเยอะ!” กริชสวนขึ้น
“ข้าต่างหากล่ะที่เก่งกาจกว่าเจ้า!” เจ้าวิญญาณน้อยเถียง
“ข้าต่างหากที่เก่งกาจ!”
“เอาละ พวกเจ้าทั้งสองอย่าเถียงกันอีกเลย รีบบอกข้ามาเร็วเข้าว่าที่แท้แล้วนี่มันเรื่องอันใดกัน ที่แท้แล้วเจ้าเป็นสิ่งของอันใดกันแน่” ซือหม่าโยวเย่ว์ขัดมิให้ทั้งสองถกเถียงกันต่อไป ถ้าไม่อย่างนั้น ดูจากสถานการณ์ของพวกเขาแล้ว เถียงกันไปถึงพรุ่งนี้ก็คงไม่จบแน่
“เย่ว์เย่ว์น้อย ข