หลังจากที่ซือหม่าโยวเย่ว์หยิบกริชออกไปแล้วดึงออกจากฝัก ทันใดนั้นก็ตื่นตะลึงขึ้นมา
“ฮ่าๆๆ!”
เจ้าคำรามน้อยมองดูท่าทีของซือหม่าโยวเย่ว์แล้วกุมท้องหัวเราะฮ่าๆ ขึ้นมา
“เย่ว์เย่ว์ เจ้าเลือกอยู่ตั้งนมนานถึงเพียงนั้น แต่กลับเลือกกริชสนิมเขรอะเช่นนี้มานี่นะ”
ซือหม่าโยวเย่ว์มองกริชในมืออย่างจนใจ ถึงแม้เมื่ออยู่ในมือจะรู้สึกว่าไม่เลวเลย แต่เพราะเหตุใดนอกจากด้ามจับที่ถูกเคลือบเอาไว้เป็นอย่างดีแล้ว ด้านบนด้านล่างใบมีดจึงเต็มไปด้วยสนิมทั้งนั้นเลยเล่า! แล้วนี่จะให้เธอไปประลองได้อย่างไรกัน!
ขณะนี้เอง ชายคนหนึ่งก็วิ่งมาถึงตรงหน้าบ้านของพวกเขาแล้วตะโกนว่า “ซือหม่าโยวเย่ว์ คุณหนูเมิ่งให้ข้ามาถามเจ้าว่าไม่คิดจะไปประลองแล้วใช่หรือไม่ ถ้าหากเจ้าไม่อยากประลองแล้ว จงรีบไปเก็บข้าวของแล้วไสหัวออกไปเสีย!”
คนผู้นั้นพูดจบแล้วก็รีบวิ่งออกไป ถึงแม้ว่าเมิ่งถิงจะไม่กลัวท่านปู่ของซือหม่าโยวเย่ว์ แต่ไม่ได้หมายความว่าคนอย่างพวกเขาจะไม่กลัวเสียหน่อย ถ้าหากถูกซือหม่าโยวเย่ว์เห็นเข้าคงจะไม่เป็นผลดีต่อตนแต่อย่างใด
ซือหม่าโยวเย่ว์ได้ฟังคำพูดจากด้านนอกแล้วก็ทอดถอนใจก่อนจะเอ่ยว่า “ตอนนี้ไม่มีแม้กระทั่งเวลาจะขัดเงามันเลยด้วยซ้ำ ใช้มันทั้งแบบนี้ก็แล้วกัน ถึงแม้ว่าภายนอกจะไม่สวยงาม แต่ก็ดูจะเหมาะมือน่าดู”