เจ้าคำรามน้อยมองกริชในมือซือหม่าโยวเย่ว์ด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความรังเกียจแล้วพูดว่า “หยิบอันไหนมามั่วๆ ก็ล้วนดีกว่ามันทั้งสิ้นกระมัง”
“เจ้ารู้อะไรหรือไม่ คนกับอาวุธจะต้องมีความเหมาะเจาะกันจึงจะใช้ได้ หากหาอาวุธชิ้นหนึ่งมามั่วๆ ไม่แน่ว่าในช่วงเวลาวิกฤติอาจกลายเป็นตัวถ่วงก็ได้” ซือหม่าโยวเย่ว์เสียบกริชเก็บเข้าไปในปลอกแล้วพูดว่า “ก็เหมือนกันกับที่อาวุธบางอย่าง เวลาอยู่ในมือคนที่แตกต่างกันอาจจะแสดงพลานุภาพที่แตกต่างกันก็เป็นได้”
ไม่รู้ว่าเธอคิดไปเองหรือไม่ ซือหม่าโยวเย่ว์รู้สึกว่าตอนที่พูดคำนี้ กริชในมือดูคล้ายจะขยับเขยื้อนเล็กน้อย
“เอาเถิด ก่อนหน้านี้เจ้าก็เคยพูดเช่นนี้มาก่อนแล้ว แต่เจ้าบอกว่าตลอดมาเจ้าไม่เคยหาอาวุธที่เหมาะมือพบเลย” เจ้าคำรามน้อยพูด
แล้วมันก็มองกริชในมือซือหม่าโยวเย่ว์อีกครั้ง ในดวงตาเต็มไปด้วยความสุดจะทานทน ชาติก่อนนางไม่เคยหาอาวุธที่เหมาะมือพบเลย หรือว่ากำลังรอคอยกริชที่ขึ้นสนิมไปหมดแล้วเล่มนี้อยู่กันเล่า
ความเป็นจริงเช่นนี้ แค่คิดก็จุกในอกแล้ว
ซือหม่าโยวเย่ว์มองดูสีหน้าของเจ้าคำรามน้อยแล้วก็รู้สึกว่าบนหน้าผากของตนมีริ้วรอยสามเส้นปรากฏขึ้น นี่คือกำลังดูถูกเธอ หรือว่าดูถูกอาวุธของเธอกันแน่!
“เจ้าอยากจะกลับไปหรือไม่” เธอถาม