“โยวเย่ว์ เจ้าอยู่หรือไม่” ผ่านการทำความคุ้นเคยมาหนึ่งวัน เจ้าอ้วนชวีถือวิสาสะเปลี่ยนคำเรียกจากซือหม่าโยวเย่ว์กลายเป็นโยวเย่ว์ไปเสียแล้ว
ซือหม่าโยวเย่ว์เดินไปเปิดประตู ก็เห็นเจ้าอ้วนชวีเคาะประตูอย่างเร่งร้อนอยู่ข้างนอก ตอนที่เธอเปิดประตู ก็ยังมองเห็นมือที่เขาเคาะอากาศค้างอยู่
“มีอะไร” เธอถาม
“เจ้าอยู่นี่เอง!” เจ้าอ้วนชวีพูด “เจ้ารีบไปหาพี่ชายเจ้าตอนนี้เลย”
“เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ” ทำไมให้เธอไปหาพี่ชายของเธออย่างฉับพลันขนาดนี้
“เรื่องนั้น… ตอนที่ข้าเพิ่งกลับมาจากห้องสมุดได้ยินเมิ่งถิงพูดว่านางจะมาหาเจ้าเพื่อท้าประลอง!” เจ้าอ้วนชวีพูดด้วยเสียงดังขึ้น
“มาหาข้าเพื่อท้าประลอง?”
“ใช่แล้ว!” เจ้าอ้วนชวีพูด “นางบอกว่าจะมาหาเจ้าเพื่อท้าประลอง บอกว่าคนไร้ค่าอย่างเจ้าจะมาอยู่ที่ชั้นเรียนระดับพวกเราได้อย่างไร บอกว่าจะเอาชนะเจ้า ทำให้เจ้าไสหัวไป เออ นี่ล้วนเป็นสิ่งที่นางพูดทั้งสิ้น มิใช่เจตนาของข้าหรอกนะ”
“ข้ารู้แล้ว ขอบใจเจ้ามากนะที่มาบอกข้า” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดอย่างสงบ
“ถ้าหากนางมาท้าประลองเจ้าจริงๆ เกรงว่าจะต้องเกิดเรื่องขึ้นเป็นแน่ ดังนั้นเจ้ารีบไปหาพี่ชายเจ้าจะดีกว่านะ” เจ้าอ้วนชวีพูด
“เหตุใดข้าจึงต้องไปหาท่านพี่ด้วยเล่า ข้าจัดการเองได้” ซือหม่าโยวเย่ว์มิได้ถือเรื่องนี้เป็นจริงเป็นจังสักเท่าใดนัก ดังนั้นจึงยืนอยู่ที่หน้าประตูโดยมิได้ขยับเขยื้อน
เจ้าอ้วนชวีเห็นท่าทีเรียบเฉยของซือหม่าโยวเย่ว์แ