ล้วพูดอย่างเร่งร้อนว่า “เรื่องนั้น ถึงแม้ว่าเจ้าจะเป็นหลานชายของท่านแม่ทัพใหญ่ แต่ว่าตระกูลเมิ่งมิใช่ตระกูลที่จะตอแยด้วยได้หรอกนะ พวกเขาเป็นตระกูลที่ใหญ่ที่สุดของเมืองโยว และนางก็เป็นคุณหนูผู้สืบทอด ดังนั้นนางจึงไม่เห็นหัวผู้อื่นเลย ในเมื่อนางบอกว่าจะมาหาเจ้าเพื่อท้าประลอง ก็จะต้องมาอย่างแน่นอน”
“นางร้ายกาจมากเลยหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“นางเพิ่งจะอายุสิบสามปี แต่เป็นผู้ฝึกวิญญาณขั้นห้าแล้ว”
“ร้ายกาจมากหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์มองเขาพลางเอ่ยถาม
“หากเทียบกับคนวัยเดียวกันถือว่าร้ายกาจมากเลยทีเดียว” เจ้าอ้วนชวีตอบ “ไอ้หยา… คุณชายห้าของข้า เจ้าอย่าอยู่ที่นี่อีกเลย รีบไปหาพี่ชายเจ้า ให้เขามาคุ้มครองเจ้าเร็วเข้าเถิด”
“ถ้าหากนางต้องการจะท้าประลองกับข้าจริงๆ ต่อให้วันนี้หนีไป วันหลังก็ต้องมาหาเรื่องข้าอีกอยู่ดี” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “แต่ภายในวิทยาลัยมิได้ห้ามการต่อสู้กันหรอกหรือ”
“การต่อสู้แบบส่วนตัว ย่อมทำไม่ได้อยู่แล้ว แต่ภายในวิทยาลัยมีเวทีประลองอยู่ ตราบใดที่อยู่บนเวทีประลองก็ทำได้” เจ้าอ้วนชวีพูด “เวลาที่ผู้คนทั้งหลายภายในวิทยาลัยมีความแค้นส่วนตัวต่อกัน ต่างก็เลือกไปจัดการกันบนเวทีประลองได้”
“อ้อ”
“บนเวทีประลอง จะเป็นจะตายก็ต้องรับผิดชอบเอง ตอนอยู่ในชั้นเรียนเจ้าเหยียบขาเมิ่งถิงต่อหน้าธารกำนัล ด้วยนิสัยของนางแล้วจะต้องแก้แค้นเจ้าอย่างแน่นอน!” เจ้าอ้วนชวีพูด “ตอนนี้หลบได้ก็หลบไปก่อนเถิด”
“หล