บหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์สองมือกอดอก “แต่ไหนแต่ไรในพจนานุกรมของข้า ซือหม่าโยวเย่ว์ ไม่เคยมีคำว่าหลบอยู่เลย”
“แต่ว่านาง…” เจ้าอ้วนชวียังคิดจะขอร้องซือหม่าโยวเย่ว์
ห้องข้างๆ ถูกเปิดออก เว่ยจือฉีออกมาจากในห้องแล้วมองดูคนทั้งสองที่กำลังวุ่นวายกันอยู่หน้าประตูก่อนจะเอ่ยถามว่า “มีอะไรหรือ”
เจ้าอ้วนชวีมองเว่ยจือฉีแล้วพูดว่า “เมิ่งถิงบอกว่าจะมาหาโยวเย่ว์เพื่อท้าประลอง ข้าบอกให้เขารีบไปหาพี่ชาย แต่เขาก็ไม่ยอมไป”
“เมิ่งถิงผู้นั้นคิดจะหาเรื่องอีกแล้วสินะ!” เว่ยจือฉีคล้ายจะไม่ค่อยชอบหน้าเมิ่งถิง น้ำเสียงกระด้างอยู่บ้าง
“เจ้าอ้วนชวี เจ้าอุตส่าห์มาเตือนข้า ข้าซาบซึ้งยิ่งนัก แต่ว่าตอนนี้อยากจะไปก็ไปไม่ทันแล้วล่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พยักเพยิดไปทางประตูลานบ้านแล้วพูดขึ้น
เจ้าอ้วนชวีมองไปด้านหลัง เมิ่งถิงพานักเรียนหลายคนเข้ามาเรียบร้อยแล้ว
“ซือหม่าโยวเย่ว์ ข้าเห็นเจ้าอ้วนชวีรีบร้อนวิ่งคาบข่าวกลับมาบอกเจ้า ยังคิดว่าเจ้าจะไปหลบซ่อนตัวแล้วเสียอีก! คิดไม่ถึงว่าเจ้าช่างใจกล้าเสียจริง ยังจะอยู่ที่นี่อยู่อีก” เมื่อเมิ่งถิงมองเห็นซือหม่าโยวเย่ว์ น้ำเสียงท้าทายก็หลุดออกมาจากปาก
“นั่นเป็นเพราะว่าคนอย่างเจ้าไม่คู่ควรให้ข้าต้องหนีน่ะสิ!” ซือหม่าโยวเย่ว์ตอกกลับอย่างเหยียดหยาม
“เจ้า!” ตั้งแต่เล็กจนโตเมิ่งถิงถูกผู้อื่นประจบสอพลอมาโดยตลอด คนอื่นๆ ในเรือนแห่งนี้ไม่เห็นนางอยู่ในสายตาเลย ทำให้นางไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง คิดไม่ถึ