าล่ะเป็นธาตุอะไร” ซือหม่าโยวเย่ว์มองเจ้าอ้วนชวีพลางถามขึ้น
“ข้าเป็นธาตุคู่ไฟดิน” เจ้าอ้วนชวีเอ่ยตอบ
“ธาตุคู่ไฟดินอย่างนั้นหรือ เยี่ยมจริงๆ ก่อนหน้านี้ดูไม่ออกเลยนะเนี่ย!” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดพลางมองเจ้าอ้วนชวี
เจ้าอ้วนชวีอยากจะกลอกตาใส่เขาสักทีหนึ่งยิ่งนัก ก่อนหน้านี้เจ้าก็เอาแต่ไล่ตามเกาะแกะมู่หรงอานนั่นแหละ จะยังมีสายตาเหลือมามองเจ้าอ้วนในขุมอำนาจชั้นรองเช่นเขาผู้นี้เสียที่ไหนกัน
“แต่มิได้ว่ากันว่าปรมาจารย์วิญญาณเอนกธาตุนั้นมีอยู่เพียงน้อยนิดหรอกหรือ เหตุใดทุกคนในวิทยาลัยแห่งนี้จึงเป็นเอนกธาตุกันหมดเลยเล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์ถามอย่างสงสัย
“ก็ใช่น่ะสิ ได้ยินว่าหลายปีก่อนหน้านี้ก็ไม่มีปรมาจารย์วิญญาณเอนกธาตุปรากฏมาก่อนเลย แต่ปีนี้อยู่ดีๆ ก็มีขึ้นมาถึงสี่คน นอกจากนี้ยังมีคนหนึ่งเป็นไตรธาตุอีกด้วย ยิ่งบังเอิญมากขึ้นไปอีก พวกเราสี่คนนั้นทดสอบเข้ามาพร้อมกัน ติดๆ กันเลย โอวหยางเฟยเป็นคนแรก เป่ยกงถังเป็นคนที่สอง ส่วนเว่ยจือฉีเป็นคนที่สาม และข้าเป็นคนที่สี่ เจ้าไม่รู้หรอกว่าตอนนั้นทำเอาอาจารย์ผู้คุมการทดสอบตกอกตกใจเพียงใด!”
เจ้าอ้วนชวีพูดกลั้วหัวเราะ
เขาค้นพบว่าขอเพียงแค่ซือหม่าโยวเย่ว์ไม่วิปริต การสนทนากับเธอก็ไม่เลวเลยทีเดียว
ตอนที่โอวหยางเฟยและเป่ยกงถังทดสอบนั้น เธอบังเอิญได้เห็นที่ประตูทางเข้าพอดี แต่หลังจากที่เห็นเป่ยกงถังก็จากไปแล้ว คิดไม่ถึงว่าหลังจากนั้นก็คือเว่ยจือฉีและเจ้าอ้วนชวี
ตอน