โอวหยางเฟยที่สีหน้าเต็มไปด้วยความเย็นชา และเว่ยจือฉีที่ดูละมุนละไมดุจหยกงาม
เจ้าอ้วนชวีมีชื่อว่าชวีหลี เพราะว่ามีรูปร่างอ้วน ดังนั้นในวันแรกตอนที่ทุกคนทำความรู้จักกันก็เลยบอกกับทุกคนแบบติดตลกว่าเรียกเขาว่าเจ้าอ้วนชวีได้
“ไม่ใช่พวกเจ้าหรอกหรือ” เป่ยกงถังมองเห็นพวกเจ้าอ้วนชวีสามคนแล้วก็ขมวดคิ้วน้อยๆ
“ทำไมหรือ” โอวหยางเฟยรู้สึกขึ้นมาได้ในทันทีว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องจึงเอ่ยถามขึ้น
เป่ยกงถังขยับตัวหลบไปยืนอีกข้างหนึ่ง ให้ทุกคนมองเห็นกลอนประตูที่เปิดอยู่แล้วพูดว่า “ข้าไม่ได้เป็นคนเปิดนะ”
“เอ๊ะ ถ้าเป็นเช่นนี้ หรือว่าเพื่อนร่วมหอพักอีกคนหนึ่งของพวกเราจะมาแล้วเล่า” เว่ยจือฉีก้าวขึ้นไปข้างหน้าแล้วผลักประตูใหญ่ของเรือนพักให้เปิดออกพลางพูดว่า “อยากรู้จริงๆ เลยว่าเป็นผู้ใดกัน!”
เว่ยจือฉีเข้าไป คนอื่นๆ ก็เข้าไปในลานบ้านพร้อมกัน แล้วก็ได้ยินเสียงลอยมาจากห้องที่สองทางด้านขวามือ
ภายในห้อง ซือหม่าโยวเย่ว์กำลังใช้ผ้าขี้ริ้วเช็ดถูโต๊ะเก้าอี้ ส่วนเจ้าคำรามน้อยกำลังนอนแผ่อยู่บนโต๊ะที่เพิ่งทำความสะอาดเสร็จหมาดๆ พลางบ่นอุบว่า “ห้องนี้ช่างเล็กเสียจริง แล้วคนหนึ่งก็ยังมีเพียงห้องเดียวเท่านั้นอีกด้วย ช่างแตกต่างจากห้องก่อนหน้านี้ของเจ้ามากมายเหลือเกิน”
“อันที่จริงก็ไม่เลวเท่าไหร่หรอกนะ ชั้นล่างเป็นห้องเรียน ชั้นบนเป็นห้องนอน ช่างดีเหลือเกิน! ค่อยว่ากันเถิด มีที่ให้อยู่ก็ใช้ได้แล้ว จะอยากได้ห้องใหญ่โตปานนั้นไ