ปเพื่ออะไรกันเล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์ยื่นมือไปเขกหัวเจ้าคำรามน้อย
เรือนที่นี่มีสองชั้น เพียงแต่ว่าแต่ละชั้นมีห้องอยู่เพียงแค่ห้องเดียวเท่านั้น
เจ้าคำรามน้อยเบี่ยงตัวไปอีกด้านหนึ่งแล้วพลิกตัวเอนกายลงไปบนโต๊ะพลางเอ่ยว่า “เย่ว์เย่ว์ เจ้ารีบฟื้นฟูพลังยุทธ์เสียเถิด วิญญาณของเจ้าไม่สมบูรณ์ ทำให้พลังยุทธ์ของข้าก็ลดน้อยไปอย่างมหาศาลด้วยเหมือนกัน ตอนนี้ข้าช่างอ่อนแอเหลือเกิน!”
“เรื่องนี้รีบร้อนไม่ได้หรอก” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “เจ้าเองก็อายุอานามไม่ใช่น้อยแล้ว โตไปอีกหลายร้อยปีก็ยังเหมือนเดิมอยู่ดี”
“โอ๊ย แทงใจดำนัก…” เจ้าคำรามน้อย สองตาเหลือกขึ้นฟ้า
“ใช่แล้ว เจ้าจำเอาไว้ให้ดีล่ะ เวลาเจ้าอยู่ต่อหน้าผู้อื่น อย่าได้เปิดเผยตัวตนของเจ้าเป็นอันขาด เจ้าก็เป็นเพียงแค่กระต่ายน้อยธรรมดาๆ ตัวหนึ่งเท่านั้น เจ้าเข้าใจหรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดกำชับ
“ข้ารู้แล้วน่า เจ้าพูดมาตั้งหลายครั้งแล้วว่าให้ข้าอย่าเปิดเผยตัวตน ข้าไม่มีทางก่อเรื่องยุ่งยากให้เจ้าหรอกน่า!” เจ้าคำรามน้อยพูด
“เจ้ารู้ก็ดีแล้ว” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดแล้วจึงค่อยทำความสะอาดต่อไป
“อะแฮ่มๆ”
เสียงกระแอมดังขึ้นจากนอกประตูสองครั้ง ซือหม่าโยวเย่ว์หันหน้าไปมอง ก็เห็นคนสี่คนยืนอยู่ที่ประตูทางเข้า
“เป็นเจ้าไปได้อย่างไรกันนี่!” เจ้าอ้วนชวีมองซือหม่าโยวเย่ว์แล้วพูดอย่างตกใจ
“เจ้ารู้จักเพื่อนร่วมหอพักคนใหม่ของพวกเราด้วยหรือ” เว่ยจือฉีถาม
“เออ… รู้จักสิ” เจ้าอ้ว