นชวีมองซือหม่าโยวเย่ว์อย่างหวาดกลัวอยู่บ้าง คล้ายกับว่าเธอจะกระโจนเข้ามาได้ตลอดเวลาอย่างไรอย่างนั้น
บ้านของเจ้าอ้วนชวีอยู่ที่เมืองหลวง ก็ย่อมรู้จักคนที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างซือหม่าโยวเย่ว์อยู่แล้ว ดังนั้นก็ย่อมล่วงรู้ข่าวลือที่ว่าคุณชายห้าแห่งจวนแม่ทัพนั้นเป็นคนเบี่ยงเบน
“เจ้าก็คือเพื่อนร่วมหอพักคนใหม่ของพวกเราอย่างนั้นหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ยิ้มให้พวกเขาพลางมองดูสีหน้าของเจ้าอ้วนชวีที่ดำทะมึน ก่อนจะเอ่ยว่า “เจ้าอ้วนชวี เจ้ากลัวจนขนลุกขนพองไปหมดเลยนะ ข้าไม่มีความสนใจอันใดในตัวเจ้าหรอก!”
ไม่มีความสนใจอย่างนั้นหรือ นี่มันสถานการณ์อันใดกัน
“สวัสดี ข้าคือเว่ยจือฉี อยู่ห้องทางซ้ายมือของเจ้า” เว่ยจือฉีแนะนำตัวกับซือหม่าโยวเย่ว์ด้วยรอยยิ้ม
“ข้าโอวหยางเฟย ปีกตะวันตกห้องแรก” โอวหยางเฟยพูดอย่างเรียบง่าย
“เป่ยกงถัง ซ้ายมือเจ้าน่ะ” เป่ยกงถังพูด
“ข้ารู้จักพวกเจ้า ข้าได้เห็นตอนที่วิทยาลัยทดสอบนักเรียนใหม่แล้ว โอวหยางเฟยเป็นปรมาจารย์วิญญาณธาตุคู่ ส่วนเจ้า เป่ยกงถัง เป็นไตรธาตุ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
เธอคิดไม่ถึงว่าเพื่อนร่วมหอพักของเธอจะเป็นบรรดาผู้ที่มีพรสวรรค์ยอดเยี่ยมในวันทดสอบคราวนี้
แล้วเฟิงจือสิงผู้นี้จับคนไร้ค่าคนหนึ่งมาไว้ที่นี่ทำไมกันเล่า
“ข้า ข้า…”
“เจ้าอยู่ที่ปีกตะวันตกห้องที่สอง เจ้าไม่ต้องพูดแล้วล่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์มองเจ้าอ้วนชวีแล้วก็เกิดความรู้สึกสิ้นไร้เรี่ยวแรงอย่างหนึ่งขึ้นมา
“พวกเ