แต่ก็ไม่เห็นสิ่งใด แล้วสิ่งนั้นมาจากที่ไหนกันเล่า
“ฮือๆ เจ้าลืมคุณชายไปเสียแล้ว” เสียงนั้นร้องโอดครวญกล่าวโทษ
“เจ้าเป็นใครกัน”
“ข้าคือเจ้าคำรามน้อยอย่างไรเล่า! เจ้าจำข้าไม่ได้จริงๆ น่ะหรือ” น้ำเสียงเศร้าโศกลอยมา แต่กลับทำให้ซือหม่าโยวเย่ว์หัวสมองขาวโพลน
“เจ้าวานรน้อยหรือ แค่กๆ เจ้าเป็นลิงอย่างนั้นหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“เจ้านั่นแหละที่เป็นลิง! ชื่อนี้เจ้าก็เป็นคนตั้งให้ข้าเองนะ!” เจ้าคำรามน้อยพูดไปร้องไห้ไป
ในขณะที่ซือหม่าโยวเย่ว์กำลังสงสัยอยู่นั้นเอง เงาร่างหนึ่งก็ออกมาจากภายในร่างของเธอก่อนจะลอยมาตรงหน้า
“ที่แท้ก็ไม่ใช่ลิง แต่เป็นกระต่ายต่างหาก!” หลังจากซือหม่าโยวเย่ว์เห็นลักษณะของมันชัดเจนแล้วจึงพูดขึ้น
“กระต่ายหรือ ข้าจะเป็นกระต่ายไปได้อย่างไรกันเล่า! ข้าคือสัตว์อสูรเทพโบราณจอมคำรามต่างหากเล่า!” เจ้าคำรามน้อยร้องคำรามเสียงดังลั่นใส่ซือหม่าโยวเย่ว์
ซือหม่าโยวเย่ว์ลูบจมูกตนเองพลางพูดว่า “คำรามหรือ เจ้าคำรามน้อยอย่างนั้นหรือ”
“เจ้าจำข้าขึ้นมาได้บ้างแล้วใช่หรือไม่” เจ้าคำรามน้อยถามอย่างตื่นเต้น
“เปล่าหรอก”
“เช่นนี้เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดข้าจึงได้ชื่อว่าเจ้าคำรามน้อย” เจ้าคำรามน้อยพูด
“เมื่อครู่เจ้ามิได้พูดเองหรอกหรือว่าเจ้าชื่อเจ้าคำรามน้อย” ซือหม่าโยวเย่ว์มองเจ้าคำรามน้อยอย่างเหยียดหยามคราหนึ่ง เชาวน์ปัญญาของเจ้าสัตว์ตัวนี้ก็ยังเทียบกับมนุษย์มิได้อยู่ดี!
“อ๊ะ ข้าพูดไปแล้วอย่างน