ซือหม่าโยวเย่ว์มองดูหีบตรงหน้าตนด้วยความอยากรู้อยากเห็นอยู่บ้างว่าด้านในจะเป็นสิ่งของใด แต่ในใจกลับมีความลังเลอยู่บ้าง ผ่านไปเนิ่นนานก็ยังไม่ได้เปิดมันออก คล้ายกับว่าเมื่อเธอเปิดสิ่งนี้ออกมาแล้วจะต้องเดินบนเส้นทางที่ไม่มีวันหวนกลับมาได้อีกอย่างไรอย่างนั้น
“เอาละ ในเมื่อเป็นสิ่งที่ท่านพ่อทิ้งเอาไว้ให้ จะไม่เปิดดูก็คงไม่ได้หรอก” ซือหม่าโยวเย่ว์หยิบหีบขึ้นมาแล้วเปิดสลักด้านบนก่อนจะออกแรงเปิดหีบออก
ภายในหีบมีแหวนที่มีกลิ่นอายโบราณวงหนึ่ง กระดาษหนังวัวแผ่นหนึ่ง และยังมีก้อนหินสีดำขลับอีกก้อนหนึ่งวางอยู่อย่างเงียบๆ เธอหยิบกระดาษหนังวัวขึ้นมาแล้วเปิดออกดู มันคล้ายกับแผนที่ของสถานที่แห่งหนึ่ง บนนั้นมีเส้นทางและสถานที่ตั้งของบ้านวาดอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย ซือหม่าโยวเย่ว์มองแล้วมองอีกก็ยังไม่เห็นร่องรอยอะไรในนั้นเลย จากนั้นเธอก็วางสิ่งนี้กลับลงไปในหีบ กลับเห็นซองจดหมายอันหนึ่งวางอยู่ตรงที่เคยวางกระดาษหนังวัว
“นี่มันอะไรกัน”
ซือหม่าโยวเย่ว์หยิบซองจดหมายขึ้นมาแล้วก็เห็นว่าด้านบนเขียนว่า ‘ถึงบุตรสาวของข้าเท่านั้น’ เธอเปิดซองจดหมายออกแล้วก็เห็นว่าด้านในมีกระดาษบางๆ อยู่แผ่นหนึ่ง เธอจึงเปิดออกดู
หลังจากที่อ่านเนื้อความในจดหมายทั้งหมดอย่างรวดเร็วแล้วสีหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม
เนื้อความในจดหมายไม่ยาวนัก พอซือหม่าโยวเย่ว์อ่านจบแล้วจึงวางจดหมายลงก่อนจะหยิบแหวนกลิ่นอายโบราณวงนั้นขึ้นมา ในจดหมายบอกว่