ซือหม่าเลี่ย ตอนนี้ซือหม่าเลี่ยเป็นถึงยอดฝีมือของระดับราชันวิญญาณแล้ว เขาจะต้องรู้ถึงปัญหานี้อย่างแน่นอน
ซือหม่าโยวเย่ว์หาตัวซือหม่าเลี่ยพบแล้วก็ถามสิ่งที่ตนสงสัยออกมา
“อันที่จริงแล้วเรื่องนี้ง่ายมาก” ซือหม่าเลี่ยมองหลานสาวของตนที่แหงนดวงหน้าน้อยๆ ขึ้นมาถามตนแล้วอมยิ้มเอ่ยว่า “พลังวิญญาณที่บำเพ็ญนี้มีสีแตกต่างกันเพราะว่าธาตุไม่เหมือนกันน่ะสิ”
“ธาตุหรือขอรับ”
“ใช่แล้ว ธาตุนี้ก็คือประเภทของพลังวิญญาณที่เจ้าบำเพ็ญได้ สีของธาตุไฟเป็นสีแดง เวลาบำเพ็ญก็จะดูดซับจุดแสงสีแดง ธาตุไม้เป็นสีเขียว เวลาบำเพ็ญก็จะดูดซับจุดแสงสีเขียว เฉกเช่นเดียวกัน ธาตุน้ำเป็นสีฟ้า ธาตุทองเป็นสีทอง ธาตุดินเป็นสีน้ำตาล ธาตุแสงสว่างเป็นสีขาว ส่วนธาตุความมืดเป็นสีดำ โดยทั่วไปแล้วหากเจ้ารับสัมผัสจุดแสงสีใดได้ก็บำเพ็ญพลังวิญญาณที่เป็นธาตุเดียวกันได้”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง” ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้าแสดงว่าตนเองเข้าใจแล้ว แต่เมื่อนึกถึงจุดแสงหลากสีที่ตนได้เห็นเมื่อเช้านี้แล้วก็เอ่ยถามอีกว่า “ถ้าหากรับสัมผัสจุดแสงได้มากมายหลายสีเลยเล่า”
ซือหม่าเลี่ยไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดวันนี้ซือหม่าโยวเย่ว์จึงได้สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับการบำเพ็ญขึ้นมา แต่ยังตอบอย่างอดทนว่า “ผู้ที่รับสัมผัสจุดแสงได้มากมายหลายสีก็คือปรมาจารย์วิญญาณหลากแขนงที่เล่าลือกันอย่างไรเล่า”
“ปรมาจารย์วิญญาณหลากแขนงหรือ”
“อืม อย่างเช่นผู้ที่รับสัมผัสได้ทั้งจุดแสงสีแด