หลี่เฉิงมองดูร้านขายสัตว์อสูรวิเศษที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนักแล้วมองซือหม่าโยวเย่ว์ด้วยสีหน้าเหยียดหยามพลางเอ่ยอย่างดูแคลนว่า “ซือหม่าโยวเย่ว์ ข้าว่านะ หนังหน้าเจ้าหนาถึงเพียงนี้เชียวหรือ ยังคิดจะซื้อสัตว์อสูรวิเศษส่งไปให้มู่หรงอาน หวังจะให้เขาดีกับเจ้าสักหน่อยอย่างนั้นน่ะหรือ เจ้าฝันไปเถิด! เจ้านี่ช่างไม่ดูสารรูปตัวเองเสียบ้างเลย คนเบี่ยงเบนคนหนึ่ง ถึงกับกล้าคิดฝันว่าคุณชายอันดับหนึ่งเขาจะเหมือนกันกับเจ้าหรืออย่างไร คนไร้ค่าเช่นเจ้าควรจะเชือดคอตัวเองตายเพื่อขอบคุณฟ้าดินเสีย! เจ้ามีชีวิตอยู่ไปก็เปลืองอาหารเปล่าๆ นั่นแหละ! ถ้าหากข้าเป็นเจ้าก็คงจะไปตายตั้งนานแล้ว!”
“พล่ามพอแล้วหรือยัง” ซือหม่าโยวเย่ว์มองหลี่เฉิงอย่างเย็นชา “คราวก่อนเจ้าร่วมมือกับพวกเขาทุบตีข้า คนที่ทุบตีข้ามากที่สุดก็คงเป็นเจ้านี่แหละ วันนี้ข้าได้มาพบเจ้าก็นับว่าเจ้าโชคร้ายเอง!”
“ฮ่าๆๆๆ!” คำพูดของซือหม่าโยวเย่ว์ทำให้หลี่เฉิงขบขันนัก จึงหัวเราะเสียงดังหลายครั้ง “ฟังจากวาจาสามหาวของเจ้าแล้ว เจ้าคิดจะชำระแค้นกับข้าหรืออย่างไร ฮ่าๆๆ ข้าคงมิได้ฟังผิดไปกระมัง คนไร้ค่าเช่นเจ้า ยังคิดจะประมือกับข้าอีกหรือ! ในเมื่อวันนั้นมิได้ตีเจ้าจนตาย เช่นนั้นวันนี้ก็ให้ข้าจัดการเจ้าเสีย เจ้าจะได้ไม่ทำให้ชายชาตรีอย่างพวกเราต้องขายหน้าอีก!”
พูดจบแล้วหลี่เฉิงก็เริ่มรวบรวมปราณวิญญาณภายในร่างกาย ก่อรูปร่างเป็นทรงกลมสีแดงสว่างกลุ่มหนึ่งบนฝ่ามือ