นึกถึงที่เขาบอกเมื่อครู่ว่าพอหายดีแล้วจะมาแก้แค้นตน ถึงแม้ว่าเธอจะไม่กลัวเขาตามล้างแค้น แต่ก็ไม่อยากจะหาเรื่องยุ่งยากใส่ตัวเอง ไม่ใช่ว่าเขาพูดคำหนึ่งก็ด่าตนว่าคนไร้ค่าคำหนึ่งหรืออย่างไร เช่นนั้นก็ทำให้เขากลายเป็นคนไร้ค่าไปเสียสิ!
เธอมองเห็นก้อนหินที่มุมกำแพงแล้วก็แย้มยิ้มอย่างร้ายกาจ
“ถึงแม้ว่าเจ้าจะเป็นเพียงแค่ผู้ลงมือ แต่ว่าเจ้าก็หมายเอาชีวิตนาง ดังนั้นข้าก็มิอาจปล่อยเจ้าไปได้หรอกนะ! ในเมื่อเจ้าดูแคลนคนไร้ค่ามากถึงเพียงนี้ เช่นนั้นก็ให้เจ้าได้ลิ้มรสการเป็นคนไร้ค่าดูสักหน่อยดีไหมเล่า ข้าช่างมีเมตตาเหลือเกิน เจ้าไม่ต้องขอบคุณข้าหรอกนะ!”
“อ๊ากกก…” เสียงร้องอย่างเจ็บปวดไปถึงขั้วหัวใจดังออกมาจากในตรอก ทำให้ซือหม่าโยวเย่ว์อดที่จะหรี่ตาอยู่ครู่หนึ่งมิได้
เธอโยนก้อนหินโชกเลือดในมือทิ้งไปแล้วปัดมือไปมาพลางเอ่ยว่า “เจ้าต้องการชีวิตนาง ข้าทำลายเส้นลมปราณของเจ้า ก็นับได้ว่าแก้แค้นแทนนางแล้ว หลังจากที่เจ้าตื่นขึ้นมาก็ลองลิ้มรสชาติการถูกผู้อื่นเรียกว่าคนไร้ค่าดูบ้างแล้วกัน! โอ๊ย… ช่างเจ็บปวดจริงๆ”
พอพูดจบเธอก็กุมแขนออกมาจากตรอกแล้วเดินมุ่งหน้าไปยังจวนแม่ทัพราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หลังจากที่เธอจากไปแล้ว ตรงสุดตรอกก็มีเงาร่างคนสองร่างปรากฏขึ้น คนหนึ่งสวมชุดสีม่วงตลอดร่าง มีใบหน้าอันชั่วร้าย ร่างกายสูงเพรียว อารมณ์บนใบหน้าเรียบเฉย ทว่าในดวงตากลับฉายแววสนใจระยิบระยับ