“เวรเอ๊ย! เวรเอ๊ย! ปู่แกสิไอ้เวร!”
ภายในเคหสถานใหญ่หลังหนึ่งในเมืองหลวงของอาณาจักรตงเฉิน น้ำเสียงขุ่นเคืองสายหนึ่งดังขึ้นมา
“คุณชายฟื้นแล้วใช่หรือไม่”
เงาร่างสองสายวิ่งเข้ามาจากนอกเรือนด้วยความร้อนรน แต่เมื่อเข้ามาในเรือนแล้วเงี่ยหูฟังกลับไม่มีความเคลื่อนไหวแต่อย่างใด คล้ายกับว่าประโยคเมื่อครู่เป็นเพียงหูแว่วไปเองเท่านั้น
“เช่นนั้นพวกเราเข้าไปดูในห้องเสียหน่อยดีหรือไม่” น้ำเสียงสั่นเครืออีกเสียงหนึ่งถามขึ้น ราวกับหวาดหวั่นที่จะต้องเข้าไปในห้องนั้น
“มะ…ไม่ต้องจะดีกว่า” สาวใช้พูด “หากคุณชายฟื้นขึ้นมาเมื่อใด ก็ย่อมต้องเรียกหาพวกเราอยู่แล้ว หากเข้าไปในห้องคุณชายเองโดยพลการ พวกเราจะถูกลงโทษเอาได้นะ”
“แต่หากคุณชายฟื้นขึ้นมาแล้วพวกเราไม่อยู่ข้างกาย ก็ต้องถูกลงโทษเช่นกัน! ถ้าเกิดคุณชายฟื้นขึ้นมาแล้วแต่ไม่มีแรงเรียกหาใคร จะทำเช่นไรเล่า”
“เช่นนั้น…เช่นนั้นพวกเราก็เข้าไปดูกันสักหน่อยเถิด หากคุณชายยังไม่ฟื้น พวกเราก็ค่อยออกมาดีหรือไม่”
“ก็ได้”
หลังจากทั้งสองคนปรึกษาหารือกันเป็นอย่างดีแล้ว ทั้งคู่ก็มายังห้องนอนหลักของเรือนอย่างเงียบเชียบแล้วค่อยๆ เปิดประตูออกช้าๆ ก่อนจะเดินเข้าไปอย่างแผ่วเบา เมื่อเห็นว่าคนบนเตียงยังคงหลับตาสนิทจึงผ่อนลมหายใจยาวด้วยความโล่งอกแล้วค่อยถอยออกไปช้าๆ
“เฮ้อ ยังดีที่คุณชายยังไม่ฟื้น”
“เช่นนั้นพวกเราก็เฝ้าอยู่หน้าประตูเถิด”
“อื้ม คิดไม่ถึงว่าคราวนี้คุณชายจะหมดสติไปเนิ่น