่สิ พี่เขยจะขึ้นครองราชย์อยู่แล้วไม่ใช่หรือ” เซี่ยผิงไหวไร้เดียงสามาก
“……” ช่วงนี้เมิ่งจี๋ฟังก็ไม่ได้ออกไปไหน เขาไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น พอเขาได้ยินอย่างนี้ก็รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย “เป็นไปไม่ได้! รัชทายาทเพิ่งบอกว่าจะลาออกจากตำแหน่งเอง!”
“แต่ขุนนางใหญ่พวกนั้นร่วมกันถวายฎีกาคัดค้านนี่” เซี่ยผิงไหวทำหน้าตามั่นอกมั่นใจ “สุขภาพของฝ่าบาทไม่ค่อยดี ต้องการสละบัลลังก์ พอองค์ชายสี่กับองค์ชายห้าเข้าเฝ้าในท้องพระโรง พระองค์ก็ตรัสถามตรงๆ ว่าเต็มใจที่จะเป็นรัชทายาทหรือไม่ องค์ชายห้าก็ตกใจจนร้องไห้ออกมาทันทีและบอกว่าไม่อยากเป็นฮ่องเต้ องค์ชายสี่ก็เอาแต่ปฏิเสธ ฝ่าบาททรงกริ้วมากทีเดียว”
โอกาสที่พระองค์หยิบยื่นให้องค์ชายสี่ถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย
องค์ชายสี่บอกว่ารัชทายาทจ้าวเสวียนจิ่ง มีทั้งความสามารถและคุณธรรม เขายอมที่จะไปเฝ้าชายแดนดีกว่าจะยอมเป็นผู้สืบทอดราชบัลลังก์
องค์ชายสี่แทบจะบั่นคอตัวเองเสียเดี๋ยวนั้นเพื่อพิสูจน์ว่าตนเองไม่ต้องการจะเป็นฮ่องเต้…
เวลานั้นฮ่องเต้ตั้งใจที่จะหาคนใหม่จริงๆ พระองค์คิดว่าฮ่องเต้สมัยต่อไปจะต้องมีความกล้าหน่อย จึงได้ตรัสถามต่อหน้าทุกคนเช่นนี้ แต่ใครจะไปรู้ว่าพวกเขาทั้งสองคนจะมีปฏิกิริยาตอบโต้เสียใหญ่โตขนาดนั้น
ด้วยเหตุนี้ขุนนางทั้งบู๋นและบู๊ในราชสำนักจึงได้แต่ต้องฝากความหวังไว้กับรัชทายาท แม้ท่านโหวเมิ่งเองก็เริ่มที่จะเชยชมว่ารัชทายาทมีความปรีชาสามารถขึ้นมาแล้ว
ตอ