้กับเซี่ยผิงไหวอยู่แล้ว เด็กโง่คนนี้ยังต้องเรียนรู้ที่จะใช้สมองของเขาเองบ้าง
เซี่ยเฉียวเองก็เบื่อๆ เหมือนกัน นางจึงขอให้น้องๆ ของนางอยู่ที่จวนรัชทายาทต่อไปอีกสักพัก
แต่พอตกเย็นโม่หลิงจื่อก็กลับมาจากข้างนอกด้วยท่าทางลึกลับ แถมยังพานักพรตจากวัดอวี้ซวีคนหนึ่งมาด้วย
หลังจากที่เขาเรียกเซี่ยเฉียวไปหาแล้ว เขาก็พูดกับนักพรตผู้นั้นด้วยท่าทางจริงจัง “นางเป็นศิษย์ของข้า ตอนนี้ข้ามองออกว่านางมีบุญใหญ่ โหงวเฮ้งของนางเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อน แต่…ข้ากลัวว่าข้าจะดูผิด เจ้ามาดูให้หน่อยเถอะ”
ความสนิทสนมใกล้ชิดที่มากเกินไปย่อมเกิดข้อผิดพลาดได้!
“……” เซี่ยเฉียวมึนงงไปทันที
นักพรตผู้นั้นอายุมากแล้ว ท่าทางเขาจนใจมากเหมือนกัน
แต่เขาน่าจะนิสัยดี ตอนที่เขามองหน้านางก็มีท่าทางสงบ
โม่หลิงจื่อยังไม่ลืมนำแปดอักษรของนางออกมาให้นักพรตดูอย่างละเอียดด้วย
นักพรตผู้นั้นคำนวณอยู่นาน ทั้งมองลายมือและรูปกระดูกของนางอย่างพินิจพิจารณา เขาเอ่ยขึ้นในที่สุดหลังจากที่ผ่านไปนานมาก “พระชายามีโหงวเฮ้งของคนอายุสั้น ชีวิตยากลำบากมาแต่เกิด หากประมาทเพียงเล็กน้อย ชีวิตก็จะตกอยู่ในอันตราย”
“แต่พระชายามีบุญมาก ข้าดูแล้ว…โชคชะตาดูเหมือนเพิ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย” นักพรตลูบเคราของเขา “เมื่อเร็ว ๆ นี้เกิดอะไรขึ้นกับท่านบ้างหรือ”
“เปลี่ยนแปลงหรือ” เซี่ยเฉียวนิ่งงันไป
โม่หลิงจื่อตบมือเสียงดัง “ข้าว่าแล้ว! นังหนูคนนี้ช่วยชีวิตเด็กท