แต่เกิด สุขภาพร่างกายของนางเป็นอย่างนี้แล้วจึงไม่เหมาะที่จะไปจำกัดหรือมีข้อห้ามเรื่องอื่นอีก
เวลาค่อยๆ ผ่านไปทีละน้อย
วันแรกเมิ่งจี๋ฟังยังพอทนนั่งไหว
วันถัดไปก็ยังฝืนได้
……
หลังจากนั้นเขาก็ดูทรุดโทรมลงไปเล็กน้อย พระคัมภีร์ที่เขาท่องออกมาก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเท่าก่อนหน้านี้จนทำให้จิตใจเขาสับสนลนลานมากขึ้น
เขาที่เพิ่งจะเข้าสำนักมีสมาธิแบบนี้ได้ก็ไม่เลวแล้ว โม่หลิงจื่อจึงไม่ได้รู้สึกรังเกียจเขาและปล่อยให้เขาได้พัก
แต่เซี่ยเฉียวกลับหยุดไม่ได้ นางเหนื่อยกว่าคนที่ทำวิชามารนั่นขึ้นมาเสียอีก นางไม่สามารถที่จะวอกแวกได้เลยตอนนี้
ก่อนหน้านี้เมิ่งจี๋ฟังยังรู้สึกว่ามันเป็นเพียงเหตุการณ์เล็กๆ น้อยเท่านั้น แต่ยิ่งนานไปเขาก็ยิ่งชื่นชมเลื่อมใสนางมากขึ้น
เขารู้ดีกว่าใครทั้งนั้นว่าในค่ายอาคมนั่นสัมผัสและกลิ่นอายต่างออกไป เซี่ยเฉียวทั้งท่องคัมภีร์และร่ายอาคมไปด้วย ยิ่งจะแพ้ไม่ได้ มันเหนื่อยมากจริงๆ
เมื่อคิดถึงเขาในวันข้างหน้า…
การเป็นนักพรตของวัดสุ่ยเย่ว์นั้นดูดีจริงๆ แต่มันแค่…เหนื่อย
อนาคตยังสับสน