เขาทั้งวัน เขาเองก็นึกอะไรขึ้นมาได้เป็นบางครั้ง คาดว่าอีกไม่นานเขาก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้แล้ว
และเพราะเขาเริ่มมีความทรงจำขึ้นมาเล็กน้อยแล้วนี่เองที่ทำให้เขามีอคติต่อเมิ่งจี๋ฟังอย่างมาก เขาเอะอะไม่ยอมนอนทั้งคืน และยืนกรานที่จะขับไล่เมิ่งจี๋ฟังออกไปให้ได้
เขาราวกับกลัวว่าโม่หลิงจื่อจะได้ใหม่แล้วลืมเก่ากระนั้น
โม่หลิงจื่อเองก็คิดว่าเจ้าทึ่มนี่น่ารักดี เขาจึงเกลี้ยกล่อมเหมิงเยี่ยนอย่างอดทน
วันต่อมา ทุกอย่างพร้อมแล้ว
เมิ่งจี๋ฟังยังคงหลับอยู่ในขณะที่เซี่ยเฉียวและจ้าวเสวียนจิ่งพาเขาไปที่วัดเต๋าแห่งหนึ่งในแถบชานเมือง
วัดเต๋าแห่งนั้นถูกสร้างขึ้นบนยอดเขา มันมีขนาดไม่ใหญ่นัก และมีห้องเพียงไม่กี่ห้องซึ่งทรุดโทรมมากแล้ว ถนนบนภูเขาสูงชัน กลุ่มของพวกเขาต้องปีนกันขึ้นไป
เมิ่งจี๋ฟังกำลังหมดสติ ดังนั้นเซี่ยผิงกั่งจึงเป็นคนแบกเขาไป เขาจึงได้ต้องเหนื่อยเปลืองแรง
พอเขาฟื้นขึ้นมาก็พบว่าตนเองเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ในชุดนักพรตแล้ว…
เซี่ยเฉียวเองก็แต่งหน้ากลายเป็นโม่ชูเซิงแล้ว ท่าทางของนางเคร่งขรึมจริงจัง
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้ากับข้าจะอยู่บนยอดเขานี้เป็นเวลาเก้าวัน ในช่วงเก้าวันนี้ ข้าขอให้เจ้าทำอะไร เจ้าก็ต้องทำอย่างนั้น อย่าได้หย่อนยาน” เซี่ยเฉียวสั่ง
บนเขา…ลมค่อนข้างแรง
หมอกหนานั้นดูเหมือนเมฆจนทำให้พวกเขารู้สึกราวกับว่ากำลังจะกลายเป็นเซียนขั้นสวรรค์อย่างไรอย่างนั้น
ทิวทัศน์โดยรอบนั้นสวยงามมากจนทำใ