ห้ผู้คนรู้สึกสบายกายและสบายใจ พอมองไปรอบๆ ก็จะรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาในทันที ความรู้สึกอารมณ์ต่างๆ ในใจก็หายไปในพริบตา
เขาไม่เคยเห็นทิวทัศน์อะไรแบบนี้มาก่อน
ในใจจึงสั่นสะท้าน
โม่ชูเซิงที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าเขาราวกับเซียนผู้หนึ่งที่ปราศจากกิเลสแปดเปื้อน ไม่อาจล่วงเกิน
“อ้อ อ้อ ข้าเข้าใจแล้ว” เขาพยักหน้าโดยไม่รู้ตัว
เดิมทีเขายังอยากจะถามนางว่าทำไมนางถึงหลอกลวงคนอื่นด้วย…แต่ตอนนี้ด้วยเหตุผลบางอย่าง เขากลับถามไม่ออก
“ดีมาก ตอนนี้เจ้ายังไม่ได้ฝึกฝนบำเพ็ญเพียร และยังเป็นคนธรรมดา ซึ่งมองไม่เห็นอะไรน่ากลัว อย่ากังวลเกินไป ที่ข้าให้เจ้ามาที่นี่ แค่ต้องการให้เจ้าเห็นกระบวนการทำลายค่ายกลคร่าวๆ เท่านั้น ดูว่าการประลองวิชาอาคมกันเป็นอย่างไร ภาพแบบนี้ไม่ได้จะเห็นกันได้ง่าย จะต้องจารึกไว้ในใจ” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก
เมิ่งจี๋ฟังชำเลืองมองรัชทายาทเล็กน้อยก็เห็นสายตาที่สงบนิ่งของเขา จากนั้นเขาก็พยักหน้าอย่างหวาดวิตก
รัชทายาทไม่ได้รู้สึกไม่พอใจอะไรเลยหรือ
เซี่ยเฉียวคือโม่ชูเซิงนะ?
นางเป็นนักพรต แถมยังเป็นประเภทที่สามารถทำพิธีได้ด้วย ในฐานะภรรยาและพระชายารัชทายาทที่มีความผิดปกติขนาดนี้ รัชทายาทก็ยังยอมรับได้?
หากเป็นเขา…
เมิ่งจี๋ฟังยอมรับกับตัวเองว่า หากตอนนั้นเขาสามารถแต่งกับเซี่ยเฉียวได้ เขาอาจไม่ใจกว้างเท่ารัชทายาท…
เมื่อก่อนเขาคิดว่ารัชทายาทเหยียบย่ำเซี่ยเฉียวหญิงสาวที่งดงามและสมบูรณ์ แต่ตอนนี้…การที่ร