วยชื่อแปลกๆ มากมาย
บางครั้งก็เรียกว่าสมบัติล้ำค่า บางครั้งก็เรียกเขาอย่างเสียดสีว่า ‘ต้าหลาง’ หรือไม่ก็สามี หรือไม่ก็เรียกชื่อเต็ม ไม่ค่อยให้ความเคารพเขาเท่าใดนัก จนบางทีก็น่ารำคาญ
จู่ๆ นางก็เรียกเขาอย่างนี้ มันให้ให้จิตใจของเขาสั่นไหวขึ้นมาทันที
“ไม่ต้องพูดเรื่องจริงจัง ข้าไม่อยากฟัง” เขาขมวดคิ้วทันที
“ในเมื่อรู้แล้ว จะไม่ช่วยก็ไม่ดี” เซี่ยเฉียวทำสีหน้าท่าทางลึกลับสูงส่งเหมือนกับเซียน “ทุกครั้งที่ข้าช่วยวิญญาณตอนยังเด็ก ข้าก็ต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพัน เมื่อก่อนก็คิดว่าข้าต้องขายชีวิตเพื่อสะสมบุญจึงเป็นแบบนี้มาได้ แต่ตอนนี้พอมาคิดๆ ดู เมื่อเห็นวิญญาณเหล่านั้นจากไปด้วยความพอใจ ข้าก็สบายใจเหมือนกัน”
“ไม่ฟัง ไม่อนุญาต” จ้าวเสวียนจิ่งบีบข้อมือของนาง “ไม่อยากมีลูกให้ข้าแล้วหรือ”
“ข้าคิดว่าจะเตรียมของดีเอาไว้คุ้มกายให้มากๆ หน่อย ดวงตาก็คงไม่ถึงกับพิการไปจริงๆ ฝ่าบาท ท่านก็รักใคร่เอ็นดูข้า ถ้าหากท่านคิดว่ายังเก็บข้าไว้ได้ ต่อไปข้าก็จะอยู่ที่จวนรัชทายาท ถ้าหากคิดว่าข้าตาบอดไม่น่าสนใจแล้ว ก็ให้ส่งข้าไปบำเพ็ญเพียรที่วัดเต๋าสักแห่งก็ได้ ข้าใจกว้างไม่ถือสาหรอก”
นางไม่ได้ใจดีเกินไป
นางโตมาขนาดนี้ ใช่ว่าจะไม่เคยมองดูคนอื่นตายไปต่อหน้าต่อตา
นางยังเชื่อในคำว่าที่ว่า ‘ชีวิตควรจะเป็นอย่างนี้’
การเลือกของนางตอนนี้ไม่ใช่เพราะความใจดีของนาง แต่เพราะมโนธรรม ตั้งแต่นางยังเด็กก็รู้สึกว่าตนเองสามารถเป็นผู้วิเ