ั่งต่อหน้าเขา ขัดความประสงค์ของเขา
แต่อารมณ์ของเขาตอนนี้แปรปรวนเป็นอย่างมาก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ดุนางมากกว่านี้ไม่ลงด้วยกลัวว่านางจะตกใจไปจริงๆ
เขาสบตากับนางครู่หนึ่งด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้าในใจ “ตกลงกันแล้วนี่ว่าจะอยู่ไปถึงเก้าสิบปี เดี๋ยวเดียวก็ลืมแล้ว?”
“ยังไม่ลืมนะ รอให้ข้าทำพิธีเสร็จแล้ว ข้าจะสู้ต่อ!”สีหน้าเซี่ยเฉียวจริงจัง “ข้ายังไม่ได้บอกว่ายอมแพ้เลยนี่ แค่ต่อไปอาจจะยากขึ้นหน่อยเท่านั้น”
จ้าวเสวียนจิ่งโมโหจนพูดไม่ออก
“เจ้าฉวยโอกาสที่ข้าตามใจเจ้าไปหมดทุกอย่าง!” จ้าวเสวียนจิ่งขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “เจ้ามีความคิดใหญ่ และข้าก็ห้ามไม่ได้ ในเมื่อเป็นอย่างนั้น… พรุ่งนี้เช้า ข้าจะเข้าวังเพื่อถอนตัวออกจากตำแหน่งรัชทายาทเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอีก”
เซี่ยเฉียวมองหน้าเขาทันที
“หากดวงตาของเจ้าใช้ไม่ได้แล้ว เจ้ากับข้าก็เป็นคู่สามีภรรยาที่พิการคู่หนึ่ง แล้วเราจะมีสิทธิ์อะไรปกครองใต้หล้าได้อีก? ชาตินี้ข้าขาดเจ้าไม่ได้ ถ้าหากข้าต้องมานั่งฟังพวกขุนนางข้าราชบริพารพวกนั้นพูดเรื่องไร้สาระอีก ไม่สู้ตัดปัญหาไปเสียตอนนี้เลยดีกว่า”
“เจ้าอย่าได้นึกว่าข้าจะตามใจเจ้าไปหมดทุกเรื่อง เรื่องที่เจ้าอยากทำพิธีข้าเข้าใจดี เจ้าไม่ต้องทำเอง อยากได้อะไรก็ให้บอก ข้าจะไปหามาให้เจ้าเอง จะต้องเอาของดีที่สุดมาใช้ อีกอย่าง…” จ้าวเสวียนจิ่งหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยเสริม “เจ้าถามอาจารย์เจ้าดูหน่อยว่า เลือดของข้ากับของเสด็จพ่อมี