ีวิตรอดในหลายปีที่ผ่านมาทำให้นางเองก็รู้สึกเหน็ดเหนื่อย แต่นางรู้สึกก็ภูมิใจหลังจากใช้ชีวิตมาปีแล้วปีเล่า นางมีนิสัยดื้อรั้น เพียงต้องการมีชีวิตที่ยืนยาวและเป็นคนโชคดีคนหนึ่งเท่านั้น
เพียงแต่…
ไม่ต้องพูดถึงมารดาที่ตั้งครรภ์พวกนั้นและราชครูเลย แค่พวกเด็กๆ…
เด็กที่เพิ่งเกิดใหม่เจ็ดชีวิต หากนางแสร้งทำเป็นไม่เห็นพวกเขาและปล่อยให้พวกเขาตาย นางก็กลัวว่าจะเป็นการทำลายวิถีเต๋าในใจของนางเองด้วย
เซี่ยเฉียวเดินออกจากหอส่องชะตากลับไปยังจวนรัชทายาทด้วยความลำบากใจ
จ้าวเสวียนจิ่งเห็นสีหน้าของนางแล้วก็รู้ว่านางมีเรื่องในใจ แต่เขากลับไม่ได้รีบร้อนถาม และสั่งให้คนยกอาหารดีๆ มาเต็มโต๊ะ
“วันนี้เซี่ยผิงกั่งไปหาเจ้าแล้ว?” จ้าวเสวียนจิ่งคีบอาหารพลางถาม
เซี่ยเฉียวเบะปากและพยักหน้า
“อาคมนั้นต้องยากมากแน่ๆ แต่ในโลกใบนี้ไม่ได้มีเจ้าเป็นนักพรตอยู่คนเดียวนี่ใช่หรือไม่” สายตาที่จ้าวเสวียนจิ่งมองนางมีแต่ความเอาอกเอาใจ
เซี่ยเฉียวถอนหายใจก่อนจะเอียงศีรษะถามเขา “มีนักพรตมากมาย แต่คนที่จะเกิดมาพร้อมดวงตารู้แจ้งหยินหยางอย่างข้ามีไม่มากนี่? ยิ่งกว่านั้น ข้ามีดวงตา และข้าก็มีพลังด้วย ดังนั้นข้าจึงใช้ชีวิตได้อย่างไม่มีใครเหมือนในโลกนี้ และไม่มีใครสามารถช่วยข้าได้…”
“…” มุมปากจ้าวเสวียนจิ่งกระตุกเล็กน้อย
ดูสิ…น้ำเสียงขึ้นๆ ลงๆ นี้ยิ่งผิดปกติเข้าไปใหญ่แล้ว
“อาจารย์ของข้าบอกว่าอาจจะรักษาชีวิตของราชครูไว้ไม่ได้ คนผู้นั้นจะต