ขารู้วิธีขยิบตาบ้างแล้ว นางก็รู้สึกโล่งใจมาก…
“ใต้เท้าเซี่ย พวกเรามาพูดธุระกันต่อเถอะ” เซี่ยเฉียวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเมตตา
พอเซี่ยผิงกั่งเห็นสีหน้าของเซี่ยเฉียว เขาก็อยากจะต่อยคนนัก
ไม่รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่
“เมื่อครู่นี้พูดถึงเรื่องญาติและคนในครอบครัวของฮุ่ยไท่เฟยใช่ไหม” เซี่ยผิงกั่งแค่นเสียงออกมาทันที “ข้าสืบตั้งนานแล้ว ชะตาชีวิตของฮุ่ยไท่เฟยคนนี้ค่อนข้างขมขื่น ที่ข้ารู้ก็คือบิดามารดาของนางเสียชีวิตไปก่อนวัยอันควร และต่อมานางก็ถูกครอบครัวหนึ่งรับไปเลี้ยงในฐานะลูกบุญธรรม ตอนที่นางถูกส่งตัวเข้าวัง บ้านเกิดของนางที่ได้รับการบันทึกไว้ก็เป็นตระกูลนั้น ดูท่านอกจากหรงอ๋องแล้ว ญาติตามสายเลือดอื่นๆ ก็น่าจะตายไปหมดแล้ว”
“ส่วนเรื่องนักพรตที่อยู่ข้างกายฮุ่ยไท่เฟยก็สืบได้แล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะชื่อลู่อวี้ผิง หลายปีก่อนตอนที่เขากราบอาจารย์แล้วก็ดูเหมือนจะได้เรียนอยู่ไม่กี่วัน เป็นการเรียนรู้ด้วยตนเอง หลังจากที่ฮ่องเต้พระองค์ก่อนสิ้นพระชนม์ไปแล้ว คนผู้นี้ก็สร้างวัดเต๋าเล็กๆ ขึ้นมา ไท่เฟยมักจะไปสักการะเทพเป็นประจำ ต่อมาภายหลังวัดนั้นก็ล่มสลายไป” เซี่ยผิงกั่งเอ่ย
“ลู่อวี้ผิง?” โม่หลิงจื่อทวนชื่อ
“ศิษย์พี่เคยได้ยินมาก่อน?” เซี่ยเฉียวยังแบกตัวตนนั้น
“ดูเหมือนข้าจะเคยได้ยิน แต่ดูเหมือนจะไม่เคยได้ยิน…ข้าแก่แล้ว ความจำของข้าก็ไม่ดีเหมือนเมื่อก่อน ข้าต้องคิดหน่อย…” จู่ๆ โม่หลิงจื่อก็ยืนขึ้น เขาเดินกลับไปกลั