บมาพลางใช้ความคิด
ในที่สุดสายตาของเขาก็หยุดอยู่ที่เหมิงเยี่ยน แล้วความคิดหนึ่งก็วาบขึ้นในหัว…
“เจ้าโง่…เจ้าโง่ที่ความจำเสื่อม…” โม่หลิงจื่อพึมพำกับตัวเอง จากนั้นก็ตบศีรษะตัวเองทันใด “ข้ารู้แล้ว! มันคือเผิงเทียนมิ่งเจ้าโง่ที่สูญเสียความจำคนนั้น ตอนที่ข้าพยายามสอนให้เขาฟื้นความจำ เขามักจะโพล่งชื่อคนออกมา มีอวี้ผิง ตงฟาง เสี้ยวเสียน ยังมีฮุ่ย ฮุ่ยเหนียงกระมัง? มั่วไปหมด เขามักจะบอกว่าพูดมากแล้วจะปวดหัว…”
“!!!” เซี่ยผิงกั่งตกตะลึงทันที “เรื่องตั้งนานขนาดนี้แล้ว ท่านยังจำได้อีก? ข้าเองก็จำได้ว่าราชครูเคยพูดชื่อบางคนออกมา แต่มันนานมากจนข้าลืมไปหมดแล้ว!”
“คนธรรมดาอย่างเจ้าจะเทียบกับข้าได้อย่างไร” โม่หลิงจื่อฉีกยิ้ม
ความจริงก็คือ ตอนที่เผิงเทียนมิ่งกำลังสอนเรื่องการทำนายจากตัวอักษรให้แก่เขา ก็เพราะเขาเขียนตัวอักษรพวกนั้นออกมาโดยไม่รู้ตัว เขียนไปเขียนมาไม่รู้จักเบื่อ
“ในชื่อของฮุ่ยไท่เฟยดูเหมือนจะมีอักษรฮุ่ยตัวนี้อยู่ด้วย เพิ่งจะเปลี่ยนตอนที่เข้าวังเป็นนางกำนัล” เซี่ยผิงกั่งเอ่ย “หากอย่างนั้น…ราชครูและไท่เฟย…เกี่ยวข้องกัน เป็นญาติกัน?”
“แปดในสิบส่วนแล้ว” เซี่ยเฉียวพยักหน้า
แม้ว่าราชครูจะสูญเสียความทรงจำไป แต่หลังจากที่อาจารย์ของนางให้คำแนะนำอย่างง่ายๆ ไปแล้ว ความสามารถทั้งหมดของเขาก็กลับคืนมา
ส่วนลู่อวี้ผิงก็เรียนรู้ด้วยตัวเองหลังจากที่กราบอาจารย์ไปแล้ว?
ในสายอาชีพนี้ หากไม่มีคำแนะนำจากปรมา