จารย์ก็ไม่ง่ายเลยที่จะเรียนรู้ด้วยตัวเอง ก็เหมือนกับนางที่ยังต้องอาศัยอาจารย์และหนังสือเก่าจำนวนนับไม่ถ้วนพวกนั้น อ่านมากรู้มากจึงสำเร็จการศึกษามาได้
เซี่ยผิงกั่งเคารพราชครูมาก
สำหรับเขาแล้วหากไม่มีราชครูก็ไม่มีตระกูลเซี่ยในวันนี้
ตอนที่พวกเขาสู้รบกับพวกคนเถื่อน เซี่ยเฉียวส่งจดหมายมาให้คำแนะนำก็จริง แต่แผนการทุกอย่างในสนามรบในเวลาต่อมาล้วนแต่เป็นความคิดราชครูทั้งนั้น!
หลังจากที่ย้ายมาเมืองหลวงแล้วก็เป็นราชครูนี่แหละที่ปกป้องตระกูลเซี่ย ตระกูลเซี่ยที่เกิดมาเป็นโจรถึงได้รอดจากการถูกฮ่องเต้กำจัดหลังหมดประโยชน์แล้วไปได้
“ข้ายังมีเรื่องต้องทำ!” เซี่ยผิงกั่งรีบลุกขึ้นยืนทันที เขาจากไปโดยไม่ทันได้พูดอะไรสักคำ
อวี๋เซียนเองก็กล่าวลาอย่างง่ายๆ แล้วรีบไล่ตามเขาไปทันที
โม่หลิงจื่อมองดูสีหน้าของเขาจากนั้นก็เหลือบมองเซี่ยเฉียวและพูดว่า “นังหนู พี่ใหญ่ของเจ้าท่าจะไปแสดงความกตัญญู? แต่มองอย่างไรก็ไม่ใช่เพราะบิดามารดามีปัญหาอะไรหรอก…ข้าว่าน่าจะเป็นราชครูคนนั้นมากกว่า ภัยถึงชีวิตมาถึงแล้ว”
เซี่ยเฉียวเป็นพี่น้องกับเซี่ยผิงกั่งก็จริง แต่นางแค่ใช้ตามองไปเท่านั้น โหงวเฮ้งบางอย่างนางก็มองเห็นไม่ชัด
เซี่ยเฉียวกลับไม่ใช่คนที่ชอบจ้องหน้าคนอื่น นางย่อมมองสถานการณ์ของพี่ใหญ่นางไม่ออก
อีกอย่าง…
เพราะเป็นญาติสนิทกัน โหงวเฮ้งนั้นจึงยิ่งไม่ชัดเจน
สีหน้าเซี่ยเฉียวเปลี่ยนไปเล็กน้อยและกำลังเตรียมตัวจะตามไป แต่กลับถู