ู่อับอายขายหน้าต่อไป เวลานั้นเขาจึงเหลือบมองหวังตั๋วก่อนจะเอ่ย “เจ้าเป็นคนบอกให้ข้าหยุดคลานเองนะ จะมากลับคำไม่ได้นะ”
“อืม” หวังตั๋วมองเขาด้วยสีหน้าสงบ
“หากอย่างนั้นก็ดี ข้าจะไปหาคนต่อไป” เมิ่งจี๋ฟังปัดเสื้อผ้าก่อนจะหันหลังจากไป ท่าทางสง่างามยิ่งนัก คนที่ไม่รู้ก็คงนึกว่าเขามาหาเรื่อง
หวังตั๋วมองแผ่นหลังที่ไม่มีความลังเลใจแม้แต่น้อยนั่นแล้วก็อดยิ้มเยาะออกมาไม่ได้
เมิ่งจี๋ฟังผู้นี้บ้าบิ่นและหยิ่งยโสไม่เห็นใครในสายตา แต่มีเรื่องหนึ่งที่น่าชื่นชมนั่นคือหัวใจที่ไร้ยางอายของเขา
เมิ่งจี๋ฟังผละจากหวังตั๋วไปแล้วก็ไล่ตามหาคนตามรายชื่อที่บิดาเขาให้มาทีละคน
คนอื่นๆ ไม่ได้ใจกล้าเหมือนหวังตั๋ว เมื่อพวกเขาพบหน้าเมิ่งจี๋ฟัง แต่ละคนต่างก็คิดว่าทำให้เรื่องสงบๆ ไปจะดีกว่า ไม่มีใครอยากหาเรื่อง บัดนี้เมิ่งจี๋ฟังมาขอโทษพวกเขาถึงที่ พวกเขาก็ยังไม่อยากจะสนใจอะไรมากนัก ที่หลีกเลี่ยงก็ทำ หากหลีกเลี่ยงไม่ได้พวกเขาก็เพียงพยักหน้าและปล่อยเขาไป
ตระกูลเมิ่งเป็นถึงตระกูลโหว เด็กเหล่านี้เป็นชาวบ้านธรรมดา แล้วจะไม่ให้เกียรติเขาได้อย่างไร
แม้ว่าท่าทีของเมิ่งจี๋ฟังจะนอบน้อมทำตัวต่ำต้อยราวกับฝุ่นผง แต่พวกเขาก็ยังรู้สึกหวาดกลัวอยู่ในใจอยู่ดี
นอกจากหวังตั๋วที่กลอกตาใส่เขาเล็กน้อยแล้ว ต่อหน้าคนอื่นๆ ก็ผ่านไปด้วยดี
แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกในชีวิตของเมิ่งจี๋ฟังที่เขาต้องเสียหน้าในสำนักศึกษา ภายในสองวันปฏิกิริยาที่ไม่เคยมีมาก่อน