ั๋วเกลียดชังเขามาก แต่กลับไม่เคยได้ระบายมันออกมา เขาได้แต่ขยันเล่าเรียนหนังสือพยายามพัฒนาตัวเอง
พอท่านเมิ่งโหวสืบทราบเรื่องราวของคนผู้นี้ เขาก็รู้สึกหนาวเหน็บในใจ
ลูกชายของเขาคนนี้ยั่วโมโหคนไปทั่วจริงๆ!
แม้ว่าหวังตั๋วผู้นี้จะไม่มีใครหนุนหลัง แต่เขาก็เต็มใจที่จะทุ่มเท และเขาเองก็มีความสามารถและพรสวรรค์ คนแบบนี้ยังต้องกังวลว่าจะไม่มีอนาคตอีกหรือ ต่อให้จะเทียบตระกูลเมิ่งไม่ได้ในอีกสิบยี่สิบปีข้างหน้า แต่หลังจากสามสิบห้าสิบปีเล่า ต่อไปหากเขาตายไปแล้ว และลูกชายโง่ๆ ของเขาไม่สามารถรักษาตระกูลเอาไว้ได้ เขาก็อาจจะตกอยู่ในมือคนอื่นก็ได้!
อีกอย่างการถูกคนเช่นนี้จับตามองในที่ลับก็ไม่ใช่เรื่องดีอะไร
“เริ่มด้วยหวังตั๋วคนนี้ พรุ่งนี้ข้าก็ไปกับเจ้า ไปขอโทษเขาพร้อมกัน” ท่านเมิ่งโหวเองก็ทุ่มเทเพื่อลูกชายของเขา
“ท่านพ่อ เขาไม่คู่ควรนะ?” เมิ่งจี๋ฟังเลิกคิ้วทันที ท่าทางรังเกียจเดียดฉันท์มาก
“เจ้าลูกโง่ เจ้าคิดว่าขุนนางทั้งหลายล้วนมาจากตระกูลสูงเท่านั้นหรือ! เด็กยากจนที่มีมานะอุตสาหะและเย่อหยิ่งเช่นนี้แข็งแกร่งกว่าเด็กจากตระกูลสูงศักดิ์เสียอีก!” ท่านเมิ่งโหวไม่รู้ว่าจะดุด่าเขาอย่างไรดีแล้ว “หากเจ้าไม่ไป ข้าไปเอง ข้าไม่สนใจหน้าตาของข้าแล้ว…”
เมิ่งจี๋ฟังรู้ว่าบิดารักเขา เขาจะยอมให้บิดาของเขาลำบากได้อย่างไร
“ข้ารู้แล้ว ท่านพ่อ ท่านรออยู่ที่บ้านเถอะ ข้าไปเอง…” เมิ่งจี๋ฟังเอ่ยเสียงเบา
“เจ้าอย่าได้หลอกข้านะ