เรื่องอื่นข้ายอมตามใจเจ้าได้ แต่เรื่องนี้เกี่ยวพันกับชีวิตของเขาเอง อย่าว่าแต่ข้าจะต้องอับอายขายหน้าเลย ต่อให้ข้าต้องสละชีวิตนี้ ข้าก็ไม่ลังเล เจ้าเสแสร้งแกล้งหลอกข้าไม่มีประโยชน์หรอก” ท่านเมิ่งโหวจ้องหน้าเขา
“……” เมิ่งจี๋ฟังระบายอารมณ์ “ท่านพ่อ ท่านเป็นถึงท่านโหว…หากท่านไปก้มหัวให้คนอื่น ตระกูลเมิ่งของเราจะอยู่ในเมืองหลวงนี้ต่อไปได้อย่างไร ท่านวางใจเถอะ ข้าไปเอง แค่ทนถูกทุบตีถูกด่าทอก็เท่านั้น…”
“เด็กดี” ท่านเมิ่งโหวยิ่งรักเขามากขึ้นไปอีก
เมิ่งจี๋ฟังไม่เต็มใจ แต่เขาก็รู้ว่าไม่มีทางอื่นแล้ว วันถัดมาเขาก็ไปหาหวังตั๋วที่สำนักศึกษาจริงๆ
ศัตรูพบหน้า โทสะก็พุ่งปรี๊ด
เมื่อหวังตั๋วเห็นหน้าเขา ความเกลียดชังในดวงตาคู่นั้นก็แสดงออกมามากผิดปกติราวกับว่าเขาต้องการจะกินใครสักคน
“คุณชายเมิ่งมีอะไรจะชี้แนะหรือ” เขายืนหยัดอยู่ตามลำพังโดยไม่หวั่นไหว
สีหน้าของเมิ่งจี๋ฟังดูสับสนงุนงงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็ก้มหัวลง “ก่อนหน้านี้…ข้าทำผิดต่อเจ้า วันนี้ข้าจึงมาขอโทษ ขอให้เจ้า…อย่าได้ถือสาหาความข้า”
“คุณชายเมิ่งคิดอุบายใหม่ๆ ออกมาได้อีกแล้วกระมัง เจ้าไม่จำเป็นจะต้องอ้อมค้อมอย่างนี้เลย ถึงอย่างไรข้าก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น ข้าไม่มีความสามารถที่จะต่อสู้กับตระกูลเมิ่งได้หรอก…” หวังตั๋วยิ้มเยาะอย่างเย็นชาด้วยความไม่เชื่อ
เขารู้ดีว่าเมิ่งจี๋ฟังเป็นคนเช่นไร
คนผู้นี้มากเล่ห์เพทุบาย เป็นคนที่เย่อหยิ่งยโสโ