ษย์จริงๆ ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับคนผู้นี้ก็คงเหมือนแม่กับลูก
วัดสุ่ยเย่ว์มีศิษย์ไม่มากนัก และในรุ่นหลังก็เป็นการสืบทอดมาในสายเดียว ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้มากที่เมิ่งจี๋ฟังจะกลายเป็นผู้สืบทอดรุ่นต่อไป
เขาจำเป็นต้องได้รับการสั่งสอนอย่างเคร่งครัดและรับผิดชอบอย่างหนัก
แน่นอนว่าตอนนี้คนผู้นี้ไม่ค่อยดีนัก เขาอายุค่อนข้างมากไปหน่อย นิสัยก็เหลวไหล แต่จากที่ทำนาย…ยิ่งชัดเจนขึ้นทุกทีว่าเขามีข้อดีที่จะรับไว้
โชคดีที่การเรียนรู้เรื่องเต๋าไม่มีคำว่าสาย
เมิ่งจี๋ฟังลนลานเล็กน้อยก่อนจะเขาหันไปมองบิดาของตนเอง เมิ่งจี๋ฟังนิ่งเงียบไปสักพักก็หันหน้ากลับมา
“อืม ถ้าหากข้ากราบท่านเป็นอาจารย์…ต่อไปปรมาจารย์โม่ก็จะเหมือนกับ…ญาติผู้ใหญ่แท้ๆ ของข้าที่ข้าจะต้องกตัญญูปรนนิบัติรับใช้ ไม่มีทางล่วงเกินเด็ดขาด” เมิ่งจี๋ฟังพูดอย่างนั้นออกมาทั้งที่ในใจก็ยังรู้สึกแปลกๆ
“ศิษย์…” โม่หลิงจื่อส่งเสียงโวยวายเรียกเซี่ยเฉียวออกมาทันที แต่จู่ๆ เขาก็หยุดชะงักไป “ศิษย์จะรับกันได้ง่ายๆ ได้อย่างไร เขาไม่ค่อยจะมีคุณธรรมนะ”
เซี่ยเฉียวครุ่นคิดเล็กน้อย “จะว่าไปก็ใช่ ในเมื่อไม่มีคุณธรรม แล้วเจ้าอยากที่จะเข้ามาอยู่ในสำนักของข้าก็ต้องไปจัดการตัดหนี้เก่ามาก่อน คุณชายเมิ่ง ข้าให้เวลาเจ้าหนึ่งเดือน ถ้าหากเจ้าสามารถก้มหัวและคุกเข่าขอโทษคนที่เจ้าเคยดูหมิ่นรังแกได้ ปล่อยให้เขาด่าคืนตามใจโดยที่ตระกูลเมิ่งไม่เข้าไปแทรกแซง ข้าก็รับเจ้าเป็นศิ