ษย์”
เมิ่งจี๋ฟังทำผิดต่อคนไม่น้อยเลยทีเดียว
มีศิษย์ที่มีฐานะยากจนมากมายในสำนักศึกษาหลวงที่เคยถูกเขาดูหมิ่นรังแก
แม้ว่าเขาจะไม่ทำให้ใครถึงตาย แต่ก็กลั่นแกล้งพวกเขามาไม่น้อยเลย
“อีกอย่าง อย่างที่เจ้ารู้ วัดสุ่ยเยว์ของข้าแตกต่างจากวัดเต๋าทั่วไป นอกจากการทำพิธีกรรมบางอย่างแล้ว ก็ยังต้องเรียนรู้ที่จะจับวิญญาณและกำจัดสิ่งชั่วร้ายด้วย เจ้าเคยนั่งรถม้าคันเดียวกับเจียงจิ้นลู่ สิ่งที่เขาได้เห็นและได้ยินทั้งหมดคือสิ่งที่เจ้าจะได้ต้องเผชิญต่อไปในอนาคต เจ้าคิดดีแล้วหรือ ถ้าหากรับไม่ได้…เจ้าไปเป็นนักพรตธรรมดาทั่วไปที่วัดอื่นไม่ดีกว่าหรือ”
เซี่ยเฉียวบอกเงื่อนไขของตัวเองออกมาอย่างชัดเจนเพื่อคนผู้นี้จะได้ไม่เสียใจภายหลังด้วย
หากนางรับเขาเป็นศิษย์จริงๆ ก็จะต้องตั้งใจสั่งสอนเขาแน่นอน
นอกจากนี้ หากเขาเป็นศิษย์ของนางเอง นางก็คงจะปิดบังตัวตนไม่ได้ ตอนที่รับเขาเข้าสำนัก เขาจะต้องกราบอาจารย์ผู้อาวุโสทั้งหลาย ในสำนักมีใครบ้างเขาก็จะต้องรู้จักและเข้าใจเป็นอย่างดี
ส่วนเขาจะเปิดเผยความลับของนางหรือไม่…
นางไม่กลัวว่าเขาจะเปิดเผย แต่กลัวว่าเขาไม่กล้า เมื่อใดก็ตามที่เขาตัดสินใจจะกราบนางเป็นอาจารย์ก็จะเกิดผลกรรม การสร้างเรื่องจะเป็นการทำร้ายตัวเขาเองมากที่สุด
คำพูดของเซี่ยเฉียวทำให้เมิ่งจี๋ฟังตาสว่างขึ้นมาได้สำเร็จ
เขาเป็นคนรักศักดิ์ศรี และไม่ใช่คนใจกล้านัก การให้เขาขอโทษคนเหล่านั้นและเผชิญหน้ากับวิญญาณเป็นเรื่อง