” ผู้ดูแลร้านฉังรีบตอบ
เขาเองก็เกือบจะลืมไปแล้วว่านายท่านเป็นลูกศิษย์ของหลีซื่อเหยี่ยน
เมื่อก่อนก็มีคนมากราบอาจารย์บ้างเป็นครั้งคราว แต่หลังจากที่ข่าวแพร่ออกไป และคนเหล่านั้นรู้ถึงความยากก็ยอมถอยไป
นอกจากนี้ ถึงอย่างไรนายท่านก็เป็นผู้หญิง ในสมัยนี้การกราบผู้หญิงเป็นอาจารย์ก็ยังมีน้อย
“เข้าใจผิดแล้วล่ะ ก่อนหน้านี้ปรมาจารย์โม่ทำนายว่าลูกชายของข้าจะมีเคราะห์ ดังนั้นข้าจึงนำลูกชายของข้ามามอบให้ หวังว่าจะให้เขาเล่าเรียนเรื่องทางเต๋ากับปรมาจารย์ และเข้าสำนักของปรมาจารย์โม่ต่อไป ปรมาจารย์จะสั่งสอนคนผู้นี้อย่างไร ตระกูลเมิ่งอย่างข้าก็จะไม่ยื่นมือเข้าไปยุ่ง” ท่านเมิ่งโหวปวดใจยิ่งนัก
เขาเลี้ยงลูกมาเสียเปล่าแล้ว
นี่มันเหี้ยมโหดยิ่งกว่ายกให้เป็นลูกเขยคนอื่นเสียอีก
ว่ากันว่าผู้ออกบวชจะต้องตัดกิเลสที่เกิดจากอายตนะทั้งหก ต่อไปหากเจอบิดามารดาผู้ให้กำเนิดครั้งหน้า หากไม่เรียกท่านพ่อท่านแม่ ก็ต้องเปลี่ยนไปเรียกว่า ‘ผู้มีบุญ ผู้บริจาค’…เขาจะรับได้อย่างไร
ผู้ดูแลร้านฉังกลืนน้ำลาย
ใบหน้าของชายชรากระตุกเล็กน้อย เขาไม่รู้ว่าควรตอบกลับไปอย่างไรดีในชั่วขณะ
โม่หลิงจื่อที่อยู่ด้านหลังได้ยินเสียงพูดคุย เขาจึงยกม่านและออกมาดู หลังจากที่เขากวาดตาขึ้นลงมองดูเมิ่งจี๋ฟังแล้ว สายตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที “จิ๊ เด็กนี้หน้าตาไม่เลวนี่? ผิวขาวนวลน่ารักน่าเอ็นดู…เจ้าอยากจะกราบอาจารย์ใช่หรือไม่ มาๆ ข้าจะทำนายให้เจ้