เจ้าติดตามนางย่อมดีกว่าการบำเพ็ญในวัดเต๋ามาก” ท่านเมิ่งโหวเอ่ย
แต่เมิ่งจี๋ฟังกลับไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้นแล้วในเวลานี้
เขาถูกส่งกลับบ้านเมื่อไรก็ไม่รู้
เมิ่งโหวพูดเรื่องนี้กับคนในครอบครัวของเขา
และก็เกิดการร้องไห้ขึ้นอีกครั้ง เมิ่งจี๋ฟังในเวลานี้รู้สึกราวกับว่าเขาตายไปแล้ว โดยเฉพาะเมื่อเห็นมารดาของเขาหลั่งน้ำตาออกมาไม่ขาดสาย น้ำตาหยดลงมาทีละหยดราวกับน้ำตาเทียนที่หยดลงบนเนื้อตัวเขา มันเจ็บมากจริงๆ
เขาประกาศอย่างกล้าหาญว่าเขาจะไม่เล่าเรียนเต๋า แต่กลับกลายเป็นว่ามันยิ่งทำให้มารดาของเขาร้องไห้หนักกว่าเดิม
ได้ นางยอมให้เขาเป็นนักพรตไปตลอดชีวิตดีกว่าเห็นเขารีบตายรีบไปเกิดใหม่เร็วๆ
เขารู้สึกชาไปทั้งตัว
เพื่อให้ลูกชายของเขา ‘ไป’ อย่างสบายใจ ท่านเมิ่งโหวถึงกับจัดงานรื่นเริงสามวัน อาหารเลิศรสหายากทุกชนิดที่มีในบ้านถูกยกมาให้เขา ทุกมื้อจะมีนักร้องนางรำมาร้องรำทำเพลง ช่างมีความสุขมาก
ตอนแรกก็เขาคิดว่ามันเป็นไปเพื่อให้เขาสนุกที่สุด แต่พอมองไปมองเขากลับรู้สึกราวกับว่ามันเป็นการฉลองที่เขาจากไปได้ในที่สุด…