ั่นด้วย ดังนั้นนางจึงมีของดีอยู่ในมือเพียงพอ ทันทีที่เซี่ยเฉียวเริ่มก้าวย่างตามตำแหน่งดวงดาว ร่ายมนต์คาถาลึกลับ ทำให้หร่วนฮูหยินที่อยู่ไม่ห่างมีใจเลื่อมใสอย่างแรงกล้า
ดูสิ ทั้งที่เป็นการร่ายรำเหมือนกัน แต่วิธีการร่ายรำของปรมาจารย์ผู้นี้ไม่เหมือนกับแม่มดหมอผีที่นางเคยเชิญมาที่บ้านเลย
ล่องลอยพลิ้วไหวราวกับนางเซียนที่กำลังทำพิธีจริงๆ
องค์หญิงใหญ่รู้ว่าเรื่องนี้แปลกประหลาด แต่เมื่อนางนั่งอยู่ตรงกลางค่ายอาคม และท่องคาถาในคัมภีร์ตามปรมาจารย์ ร่ายมนตร์คาถาออกมาทีละประโยคๆ นางก็อดที่จะรู้สึกผ่อนคลายเล็กน้อยไม่ได้ มันเหมือนกับสมองที่แต่เดิมถูกปกคลุมด้วยชั้นหมอกสีเทาแจ่มใสขึ้นมาอย่างกะทันหัน
นางรู้สึกสบายขึ้นมากในชั่วพริบตา
เวลาเดียวกันนั้น ในคฤหาสน์หลังหนึ่งในเมืองหลวง นักพรตคนหนึ่งก็กระอักเลือดออกมา
“อีกแล้ว…” น้ำเสียงของนักพรตผู้นั้นแหบแห้งมืดมน ดูเหมือนแก่ชราลงไปเล็กน้อย “ร้ายกาจจริงๆ ทำลายวิชาของข้าได้อย่างง่ายดาย!”
ฮุ่ยไท่เฟยขมวดคิ้วน้อยๆ “พวกเขารู้เรื่องอาคมแย่งชิงโชคชะตาแล้ว? เจ้าบอกว่าวิชานี้ไม่ค่อยจะพบเห็นง่ายนัก แม้ว่านักพรตจากวัดอวี้ซวีจะเห็นเองกับตาก็ไม่แน่ว่าจะรู้ได้นี่?”
ใบหน้าของนักพรตเต๋าซีดเซียว “ข้าไม่คิดมาก่อนโม่ชูเซิงจะเก่งกาจขนาดนี้”
“นางอีกแล้วหรือ” ฮุ่ยไท่เฟยไม่พอใจ “นางทำเรื่องน้อยเสียเมื่อไร เดิมทีตระกูลหลี่นั่นควรจะไม่มีลูกหลานๆ แล้ว ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะไม่มีใคร